นอัญมณีขนาดเท่ากับไข่นกกระทาเม็ดหนึ่งจริงๆ เขาจ้องไปยังอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกประหลาดใจด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้เอาของแบบนี้ส่งมาไว้ในมือของเขา
“นี่มันหมายความว่ายังไง?” เขาถาม
“ท่านเฝิง หากว่าตู๋กูหยุนอยากจะได้สมบัติชิ้นนี้ไป คุณจะมอบให้เขาหรือเปล่า ?”
เฉินเฟิงไม่สามารถมองเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายที่อยู่ภายใต้ผ้าปิดปากและแว่นกันแดดสีดำนั้นได้ ดังนั้นจึงหมดหนทางที่จะคาดเดาความหมายของอีกฝ่าย
เฉินเฟิงตอบกลับ: “ตอนนี้ของตกอยู่ในมือของผมแล้ว จะเอาให้เขาหรือเปล่านั้นคุณรู้ไปแล้วจะมีความหมายอะไร”
อีกฝ่ายพยักหน้าพลางตอบกลับเขา: “ในเมื่อตอนนี้ของมอบให้ท่านเฝิงไปแล้ว จึงทำให้คำถามของผมดูเกินจำเป็นไปมากก็จริง แต่ผมหวังว่าท่านเฝิงจะสามารถบอกกับผม”
เฉินเฟิงกลับยังไม่ได้ตอบคำถามของเขาเหมือนเดิม แต่กลับพูดอย่างอื่นกับเขาแทน : “ผู้หญิงคนนั้นคงคิดว่าจะใช้ของสิ่งนี้เพื่อเป็นตัวล่อให้เกิดการต่อสู้ระหว่างผมกับตู๋กูหยุน แล้วเธอจะได้มีหนทางหนีรอดไปได้สินะ คุณกลับไปบอกสิ่งนี้กับเธอด้วยว่าเธอคิดผิดแล้ว”
เมื่อพูดจบเขาก็หมดอารมณ์ที่จะชื่นชมบรรยากาศในสวนสาธารณะแล้วลุกขึ้นยืนจากไป
ทางด้านเซียงหลันก็ลุกขึ้นมาจากตักของหญิงสาวผมดำ แล้วหยิบแก้วเหล้าเบย์ลี่ส์ที่วางอยู่บนโต๊ะชาขึ้นมา แล้วค่อยๆ จิบลิ้มรส ในขณะที่สีหน้าของเธอกำลังเคร่งเครียดราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
หญิงสาวผมดำจัดระเบียบกระโปรงสั้นของเธอท