ณะที่บางคนก็กำลังยืดเส้นยืดสายอยู่ แต่ละคนถึงแม้จะมีอายุเยอะแล้ว แต่ร่างกายกลับมีสุขภาพที่แข็งแรงยิ่งกว่าวัยรุ่นหลายคนเสียอีก
เฉินเฟิงเป็นคนชอบเพลิดเพลินกับความเรียบง่ายแบบนี้อย่างมาก ดังนั้นเขาจึงนั่งลงบนเก้าอี้ยาวตัวหนึ่งในสวนสาธารณะแห่งนี้ พลางมองไปยังสวนสาธารณะที่กำลังครึกครื้น
แต่ทว่าแม้แต่การได้พักผ่อนหย่อนใจเพียงเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ของเขาก็มักจะมีใครบางคนมาทำลายอยู่ตลอด
ชายสวมผ้าปิดปากและหมวกคนหนึ่งเดินเข้ามานั่งข้างๆ เฉินเฟิง เดิมทีเฉินเฟิงไม่ได้สนใจเขา แต่ว่าอีกฝ่ายกลับเอ่ยปากพูดกับเขา
“ท่านเฝิง มีคนฝากจอหมายมาให้คุณ”
เฉินเฟิงที่เพิ่งได้ยินก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะเข้าใจว่าที่อีกฝ่ายเข้ามาก็เพราะต้องการคุยกับเขา แต่ว่าเฉินเฟิงได้พูดชื่อปลอมนี้ต่อหน้าเซียงหลันคนเดียวเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นคนที่เซียงหลันส่งมา
“มีเรื่องอะไร?”
เพราะเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการให้ใครรู้ตัวตนของเขา ดังนั้นเฉินเฟิงจึงพยายามกดเสียงพูดให้ต่ำลง
“แต่ก่อนที่ผมจะมอบจดหมายให้กับคุณ เขาคนนั้นให้ผมถามคำถามหนึ่งกับท่านเฝิงก่อน”
เฉินเฟิงขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย เขาไม่ชื่นชอบเรื่องยุ่งยากแบบนี้สักเท่าไหร่เลยจริงๆ
ส่วนทางด้านเซียงหลันที่หลังจากแยกกับเฉินเฟิง เธอก็ไร้ซึ่งหนทางที่จะไป และถ้าหากให้กลับไปที่คฤหาสน์กล่างป่านั้น ก็คงจะต้องถูกตู๋กูหยุนจับได้แน่นอน ดังนั้นเธอจึงคิดซ้ำแ