ขาถึงค่อยได้ยินเสียงประตูถูกเคาะ จากนั้นเซียงหลันก็เดินเข้ามาด้านใน
สีหน้าของเธอดูย่ำแย่อย่างมาก อารมณ์ราวกับว่ากำลังตกต่ำ แต่เมื่อเธอได้เห็นเฉินเฟิงรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง : “คุณชาย คงจะไม่ได้แตะต้องของในห้องของเซียงหลันมั่วซั่วหรอกใช่ไหมคะ ?”
เฉินเฟิงไม่ได้ตบรับมุกของเธอ ทั้งยังถามกลับแทน: “เขาคนนั้นไปแล้วหรอ?”
เซียงหลันพยักหน้า แต่กลับแสดงท่าทีที่ไม่อยากจะพูดถึงเสียอย่างนั้น เมื่อเห็นอย่างนั้นเฉินเฟิงจึงไม่คิดที่จะถามอะไรอีก
เมื่อใกล้ถึงเวลา เฉินเฟิงก็ต้องการที่จะเจอตัวหลี่จื่อเยว่ เขาจึงพูดขึ้น : “ตอนนี้ใกล้ค่ำแล้ว!”
เซียงหลันจัดการกับอารมณ์ตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ความมืดมนที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้พลันหายไปจากใบหน้าของเธอทันที
“นั่นแน่นอนอยู่แล้วค่ะ ที่ฉันขึ้นมาก็เพื่อพาคุณไปหาคนของคุณ ”
และตอนนี้เองที่เฉินเฟิงเริ่มวางใจได้เสียที แต่ยังไม่ทันได้ถึงจุดสิ้นสุด เฉินเฟิงก็หมดปัญญาที่จะเชื่อใจอีกฝ่ายอีกครั้ง
เมื่อเขาเดินตามเซียงหลันออกมาจากห้องเดินตรงลงไปยังชั้นล่าง ซึ่งสามารถเห็นได้ว่าเมื่อสักครู่นี้ตรงโถงใหญ่จะต้องมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นแน่นอน
ก่อนที่เฉินเฟิงจะหันไปเห็นมุมหนึ่งของเก้าอี้ไม้เรดวูดถูกทำลายจนหัก การทำให้เก้าอี้ที่เคยเรียบเนียนกลายเป็นสภาพที่น่าอนาถแบบนี้ได้ คิดดูแล้วก็คงจะเป็นฝีมือจองคนเมื่อสักครู่นี้แน่นอน
แต่นอกจากสิ่งนี้แล้ว บนพื้นยังมีคราบและรอยน้ำอยู่ ถึงแม้จ