ะมีการจัดการอย่างดีด้วยความรวดเร็ว แต่ยังไงก็สามารถรู้ได้ว่ามันเคยมีคราบอยู่
ทว่าเฉินเฟิงกลับเดินผ่านไปเท่านั้นโดยไม่ถามอะไรทั้งสิ้น
เมื่อเดินตามเซียงหลันออกมา ท้องฟ้าก็อึมครึม พื้นดินเปียกปอน เพราะช่วงบ่ายมีฝนตกโปรยลงมา ซึ่งมันได้ล้างคราบสกปรกต่างๆ ออกไปทำให้โลกใบนี้ดูใสสะอาดขึ้นมาอย่างทันตาเห็น
ในขณะที่เดินอยู่ข้างๆ เซียงหลัน เฉินเฟิงก็ไม่ได้คิดที่จะถามอะไรกับเธอ แต่ทว่าเซียงหลันกลับเอ่ยปากพูดขึ้นมา
“คุณชาย ถ้าหากได้เจอกับคนที่ตามหาแล้ว จะลงมือทำอะไรพวกเราหรือเปล่าคะ ?”
เธอดูเหมือนจะพูดเพียงหยอกล้อเท่านั้น แต่เฉินเฟิงรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การล้อเล่น แต่อย่างว่าสำหรับเขาแล้วเขาเคยคิดจะทำแบบนั้น
แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นยังไง เขาก็ไม่มีทางพูดความคิดของตัวเองออกมาเด็ดขาด
“เรื่องของพวกคุณผมไม่อยากเข้าไปยุ่งด้วย ขอเพียงพวกคุณไม่มาหาเรื่องผมก็พอแล้ว ”
เซียงหลันยิ้มรับ: “คุณชายพูดแบบนี้แล้วจะกลับคำไม่ได้แล้วนะคะ พวกเราถึงแม้จะเป็นคนชั่ว แต่ก็ยังเป็นคนรักษาคำพูดนะคะ ”
เฉินเฟิงไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ในใจของเขากำลังคิดว่าตัวเองก็ไม่ได้คิดจะกลับคำไปมา
เมื่อเดินมาถึงที่หมาย ตรงนั้นก็มีรถคันหนึ่งมาจอดรออยู่ที่หน้าประตูอยู่แล้ว
เซียงหลันเข้าไปพลางเปิดประตูออก จากนั้นก็บอกให้รถคันนั้นเข้ามา
แล้วตอนที่เฉินเฟิงได้เห็นเจ้าของรถปรากฏว่าเขาคือชายส่งฟืนคนนั้น และที่คิดไม่ถึงคือตอนที่เขาเข้ามาแล้วได้เห็นเฉินเฟิงก