ถึงแม้เฉินเฟิงจะมองเห็นว่ามีความผิดปกติ แต่เมื่อคิดแล้วเขาก็ยังคงเดินตรงไปยังข้างๆ ลำโพงที่ส่งเสียงออกมา
แต่ทว่าบริเวณรถนั้นกลับไม่ได้มีคนเฝ้า ซึ่งกระแสไฟของลำโพงนั้นได้มาจากรถ เมื่อยิ่งเดินเข้าไปใกล้เท่าไหร่เสียงดนตรีก็ยิ่งดังมากขึ้นเรื่อยๆ เฉินเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางเดินเข้าไป
จากนั้นเขาก็เข้าไปดึงสายจ่ายไฟของลำโพงนั้นออกโดยตรง แต่เนื่องด้วยบริเวณนั้นยังมีลำโพงตัวอื่นอีกสองตัวจึงทำให้เสียงดนตรียังคงส่งเสียงดังเดิม
เฉินเฟิงยืนอยู่ตรงนั้นรออยู่ครู่หนึ่ง แต่กลับไม่มีใครเข้ามาหยุดการกระทำของเขาเลย ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เขาเกิดข้อสงสัยมากขึ้นว่าหากเขาปิดลำโพงจนหมดทุกตัวแล้วจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น
เมื่อคิดได้อย่างนี้เขาก็มุ่งหน้าไปยังรถอีกสองคัน
กระทั่งเขาดึงสายไฟของลำโพงในรถคันสุดท้ายเรียบร้อย เสียงดนตรีตรงกลางทุ่งก็หยุดลงทันที และเมื่อไม่มีเสียงดนตรีกลุ่มคนที่กำลังเต้นรำอยู่ตรงนั้นก็เกิดความวุ่นวายขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขายังคงไม่หยุดท่าทางการเคลื่อนไหวของมือลงเลย
พวกเขาเหมือนกับกลุ่มเด็กน้อยที่กำลังทำท่าทีแปลกประหลาดอะไรบางอยู่เสียอย่างนั้น
ดูท่าแล้วเสียงดนตรีจะไม่สามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้ อีกทั้งในตอนที่ไม่มีเสียงดนตรีก็ไม่คนสงสัยเลยว่าใครเป็นคนที่ปิดเสียงด้วย
เฉินเฟิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะต่อสายลำโพงให้กับพวกเขาใหม่อีกครั้ง เมื่อเสียงดนตรีดังขึ้นอีกครั้ง ผู้คนที่อยู่ตรงนั้นก็เริ่มกลับมาโย