แต่ทางด้านเฉินเฟิงเองที่เคยฝึกฝนการต่อสู้มาก็เริ่มทำความคุ้นชินได้อย่างรวดเร็ว
และเพียงไม่นานเขาก็สามารถเต้นตามจังหวะของคนอื่นๆ ได้แล้ว จนกลมกลืนเป็นนักเต้นคนหนึ่งในนั้น
ด้วยความใกล้ชิดที่ขยับเข้ามาเรื่อยๆ ทำให้เฉินเฟิงสามารถรับรู้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของหลี่จื่อเยว่ กระโปรงสีแดงของเธอเริงระบำอย่างพลิ้วไหว อีกทั้งเธอยังเขย่าแขนของเขาไปมาอย่างไม่หยุดหย่อน
และมีอยู่ครู่หนึ่งที่ทำให้เฉินเฟิงเกิดความลุ่มหลงขึ้นมา
หลี่จื่อเยว่หลับตาลงอย่างไม่รู้ตัว ราวกับว่าเธอไม่สนใจเลยว่าเฉินเฟิงจะสัมผัสตัวเธออยู่ ทั้งยังไม่ใส่ใจอีกด้วยว่าตัวเองจะแนบชิดกับเฉินเฟิงอีกด้วย เธอเพียงดยกย้ายร่างกายไปตามเสียงดนตรีเท่านั้น
และเพียงเวลาไม่นาน ทุกอย่างก็เริ่มสงบลงอย่างช้าๆ เสียงดนตรีเองก็ค่อยๆ อ่อนโยน
หลี่จื่อเยว่แหงนหน้าขึ้นสามารถมองเห็นใบหน้าของเฉินเฟิง แต่ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุใดทำให้เธอหลบหน้าไปไม่กล้าที่จะมอง
ทว่าเฉินเฟิงกลับไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิด เขาเพียงแค่สงสัยว่าทำไมกลุ่มคนนี้ถึงไม่ได้รู้สึกเหนื่อยล้ากันเลย
ส่วนเรื่องที่เขาไม่ได้รู้สึกเหนื่อยล้าเลยเป็นเพราะว่าร่างกายของเขามีความแข็งแรงกว่าคนทั่วไปนั่นเอง แต่ดูเหมือนว่าร่างกายของหลี่จื่อเยว่จะเต็มไปด้วยความพละกำลัง ซึ่งทำให้เขายิ่งเกิดความสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ
เขาดึงตัวหลี่จื่อเยว่เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนตัวเอง
โดยที่หลี่จื่อเยว่ไม่มีการต่อต้านใดเลยสักนิด เธอเ