ด้วยแสงดาวที่สาดส่องเข้ามาทำให้เฉินเฟิงเห็นเพียงแค่เงาร่างของชิงจือที่กำลังกระซิบเรียกเขา
เฉินเฟิงที่กำลังจะร้องตกใจออกมาจู่ๆ ก็ชะงักลง
และเพียงไม่นานเขาก็รับรู้ถึงการเคลื่อนไหวที่กำลังเกิดขึ้นนอกตัวรถ ถึงแม้ว่าตรงนั้นจะเป็นเพียงพื้นที่อันมืดมิด แต่ด้วยแสงจากดวงดาวสามารถทำให้เห็นร่างคนกำลังเคลื่อนไหว
ซึ่งจากการสังเกตคนที่อยู่รอบๆ เหมือนจะมีจำนวนประมาณเจ็ดแปดคนก็ว่าได้ ซึ่งทุกคนล้วนกำลังมุ่งหน้ามายังตัวรถอย่างระมัดระวัง
และแน่นอนว่าการเข้ามาด้วยวิธีนี้คงจะไม่ได้มีจุดประสงค์ที่ดีกับพวกเขาเป็นแน่
แต่ว่าในเมื่อรู้ตัวแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องแสร้งทำไม่รู้อีกต่อไป อีกอย่างพวกคนที่อยู่ด้านนอกนั้นก็ไม่แน่ว่าจะเอาชนะชิงจือได้อีกด้วย
เฉินเฟิงหันไปอธิบายถึงแผนการของตัวเองให้กับชิงจือฟัง ชิงจือที่คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบตกลงทันที
พวกเขาสองคนเดินลงจากรถ และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะยังไม่รู้สึกตัวว่าตัวเองถูกจับได้แล้ว
หลังจากที่เฉินเฟิงพวกเขาสองคนลงรถมา ทันใดนั้นก็ทำให้อีกฝ่ายเริ่มเกิดความตระหนกขึ้นมา ก่อนที่หนึ่งในพวกเขาจะกระซิบขึ้นมา
“ใจเย็น!”
และในตอนนั้นเองพวกเขาที่เหลือก็หยุดชะงักลง
“สวัสดีเหล่าสหาย!”
เฉินเฟิงที่ลงมากล่าวทักทายกับพวกเขา
ชายคนที่พูดเมื่อกี้นี้เดินแทรกขึ้นมาข้างหน้า เมื่อได้เห็นหน้าของเฉินเฟิงเขายังคงไม่ได้มีความคิดใดๆ ที่จะลงมือทำร้าย เพียงแต่หยุดชะงักไปเท่านั้น พร้อมกับม