องไปยังเฉินเฟิงพวกเขาสองคนด้วยความระมัดระวัง
“นี่จะไม่บอกจุดประสงค์ของพวกคุณหน่อยหรือไง?หรือว่าจะลงมือเลยหล่ะ” เฉินเฟิงพูดขึ้นอีกครั้ง
“ไม่มีอะไรที่จะต้องพูด ในเมื่อพวกคุณรู้ตัวแล้ว อย่างนั้นก็คงต้องลงมือให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลย”
ชายคนนั้นจงใจกดเสียงต่ำลง ฟังดูแล้วไม่น่าจะเป็นเสียงเดิมของเขา แต่เฉินเฟิงกลับขัดเขาเสียอย่างนั้น
“ไม่ต้องรีบร้อน ยังไงซะพวกคุณก็หนีไม่รอดอยู่ดี ตอนนี้ผมก็แค่สงสัยเท่านั้นว่าพวกคุณหาพวกเราเจอได้ยังไงเท่านั้น ?”
“เรื่องนี้คุณไม่จำเป็นต้องไปสนใจหรอก พวกเราก็แค่ทำตามคำสั่งที่ได้รับมาเท่านั้น ถ้าจะโทษก็ต้องโทษตัวพวกคุณเองที่ไปหาเรื่องกับคนที่ไม่ควรด้วย”
เฉินเฟิงกล่าวพูดขึ้นมาด้วยความกวน: “พวกเรามีเรื่องบาดหมางกับคนตั้งเยอะตั้งแยะ ไม่รู้จริงๆ ว่าคุณกำลังพูดถึงคนไหน”
ชายคนนั้นกระแอมขึ้นมาก่อนจะพูดด้วยความเย็นชา: “ใกล้จะตายแล้วยังจะมาทำปากดีอีก”
ทันทีที่เขาพูดจบ พวกเขาทุกคนก็กระโจนเข้าไปทันที
เฉินเฟิงก็เข้าไปรับมือพร้อมกับอุทานออกมา: “ในเมื่อพวกคุณไม่ยอมพูดออกมา ถ้างั้นคงต้องสู้จนพวกคุณจะยอมพูดแล้วกัน”
หมัดที่เขาปล่อยออกไปถูกอีกฝ่ายปัดป้องเอาไว้ได้ ในขณะที่ทางฝั่งของชิงจือก็กำลังรับมือกับอีกฝ่ายก่อนจะเตะจนอีกฝ่ายกระเด็นออกไป
นับเป็นครั้งแรกที่เฉินเฟิงได้ร่วมมือกับชิงจือ ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้เหมือนเป็นการที่ชิงจือช่วยให้หเขาได้เกิดความคุ้นชินกับทักษะและความรวดเร็