งแค่เขาบอกมันออกมา เขาก็ยังจะสามารถมีชีวิตต่อไปได้
จากนั้นเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะหักหลังผู้เป็นเจ้านายของตัวเอง
หลังจากที่ได้ฟังทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เฉินเฟิงได้คิดเอาไว้
เดิมทีเขาคิดว่าจะเป็นตาแก่คนนั้น หรือไม่ก็เป็นทายาทเศรษฐีที่เผอิญเจอกันบนถนน แต่ปรากฏว่ากลับเป็นชื่อของใครอีกคนที่เขาไม่รู้จักไปซะอย่างนั้น
เฉินเฟิงอยากจะถามถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่ายอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าเขาคนนั้นเองจะไม่รู้เหมือนกัน ทั้งชื่อที่เขาไม่รู้จักนี้เป็นเรื่องจริงกี่เปอร์เซ็นเขาก็ยังไม่มั่นใจเลย
สุดท้ายเหลือเพียงความเอือมระอาที่ไร้หนทาง ในเมื่อตัวเขาเองเป็นคนที่รักษาคำพูด เฉินเฟิงจึงได้เพียงยอมปล่อยเขาไป
แต่กระทั่งชายคนนั้นจากไป สีหน้าของชิงจือเหมือนกำลังครุ่นคิดราวกับว่ากำลังคิดถึงเรื่องบางอย่างอยู่
เฉินเฟิงที่เห็นอย่างนั้นจึงถาม: “นี่คุณรู้หรอว่าเขาคนนั้นคือใคร?”
ชิงจือส่ายหน้าปฏิเสธ โดยไม่มีการอธิบายใดๆ
เฉินเฟิงที่เห็นว่าเธอไม่คิดที่จะอธิบายอะไรต่อ เขาจึงไม่คิดที่จะถามอะไรอีก ก่อนจะกลับขึ้นไปบนรถแล้วพักผ่อน
ส่วนทางด้านหลี่จื่อเยว่เหมือนจะไม่ได้สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะการต่อสู้ที่เกิดขึ้นด้านนอก จนกระทั่งเธอตื่นขึ้นในวันถัดมาก็รู้สึกว่าเมื่อคืนนี้ได้หลับอย่างสบายไม่น้อยเลย
จากนั้นรถก็กลับมาแล่นบนถนนอีกครั้ง แสงอาทิตย์ที่สาดส่องขึ้นมาจากทิศตะวันออกจนไปตกยังทิศตะวันตก สายลมอันเงียบสงบพัดผ่านไปมา และทุก