กระดาษแผ่นหนึ่งลอยมาติดอยู่หน้ากระจกรถ เฉินเฟิงมองอย่างละเอียดก็พบว่านั่นคือแบงก์หนึ่งร้อยหยวน ซึ่งในตอนที่เขากำลังแปลกใจอยู่นั้น เงินอีกใบก็ลอยผ่านหน้ากระจกข้างไปก่อนจะเห็นเป็นธนบัตรเงินที่โปรยปรายลงมาราวกับสายฝน
แบงก์ธนบัตรสีแดงปลิวว่อนไปด้านหลัง เขาจึงมองไปยังต้นทางที่แบงก์เงินนั้นลอยมาก็เห็นว่ามีคนอยู่ในรถมาเซราติคันสีเหลืองกำลังโปรยเงินออกมา
“ผมมีเงินยังไม่กล้าเล่นพิเรนทร์แบบนี้เลย คนสมัยนี้ไม่มีจิตสาธารณะเลยสักนิด” เฉินเฟิงพูดด้วยความหงุดหงิด
แต่ในขณะที่ขับรถตามหลังไปเรื่อยๆ รถคันนั้นที่อยู่ข้างหน้าก็เริ่มส่ายไปมาบนท้องถนน รถตวาดซ้ายตวาดขวาราวกับว่าคนขับกำลังเมาเหล้าซะอย่างนั้น
เฉินเฟิงที่ขับรถตามหลังไม่กล้าที่จะเร่งความเร็วเพื่อแซงพวกเขาไปเพราะกลัวว่าจะไปโดนอีกฝ่ายชนเข้า
แต่ผ่านไปได้ไม่นาน รถคันหน้าก็เลี้ยวเข้าไปจอดข้างทาง เฉินเฟิงที่กำลังจะขับรถแซงพวกเขาไป แต่ดันมีชายหญิงคู่หนึ่งพุ่งออกมาทำเอาเฉินเฟิงต้องเหยียบเบรคจนสุดเท้าถึงไม่ไปชนเข้ากับพวกเขา
ถึงแม้ว่ารถจะหยุดทันแต่นั่นทำให้เฉินเฟิงรู้สึกหงุดหงิดอย่างมาก จะว่าไปใครที่เจอเหตุการณ์แบบนี้คงไม่มีใครดีใจหรอก
เขาได้แต่จอดรถอย่างไม่เต็มใจ ในขณะที่ชายหญิงคู่นั้นกำลังเดินมายังทางของพวกเขา
เฉินเฟิงหันไปบอกกับหญิงสาวสองคนที่นั่งอยู่ในรถ: “ผมจะลงไปดูสักหน่อย” เมื่อพูดจบเขาก็เดินลงรถไป
เขาเดินไปยังหลังรถ อีกฝ่ายเป็นชายหญิงวัยรุ่นคู่