ฝ่ายก็เคยฝึกวิชาต่อสู้มาบ้าง ครั้งนี้เฉินเฟิงจึงไม่ใช้เวลาคิดอะไรเลย
หมัดนั้นเสยใต้คางของเขาขึ้นไป จากนั้นเฉินเฟิงก็รีบเปลี่ยนการเคลื่อนไหวทันที เดิมทีเขาไม่คิดอยู่แล้วว่าการออกหมัดครั้งนี้จะโดนเป้าหมายอย่างจัง จึงรีบต่อยเข้าไปที่หน้าอกของอีกฝ่าย แล้วตามด้วยอีกหมัดเสริมเข้าไปอีก
ทำให้ชายคนนั้นที่พยายามเอียงตัวเพื่อหลบหมัดของเฉินเฟิงล้มลงไปกับพื้นทันที
เฉินเฟิงที่ยืนอยู่ต่อหน้าเขาพร้อมกับพูดขึ้นมา “ตอนนี้ผมเริ่มจะหายโมโหแล้ว เรื่องที่คุณพูดเมื่อคุณสามารถพูดใหม่อีกทีได้แล้ว”
ที่จริงอีกฝ่ายจะพูดเรื่องเมื่อกี้นี้อีกครั้งหรือเปล่า เฉินเฟิงไม่คิดจะสนใจอยู่แล้ว
แต่ด้วยความที่เรื่องนี้อาจมีความจำเป็น ชายผู้ดีคนนั้นจึงพยายามกุมหน้าอกของตัวเองเอาไว้แล้วพูดอีกครั้ง
“มีคนอยากพบกับคุณ และถ้าหากคุณไม่ไป เรื่องการเคลื่อนไหวของคุณจะถูกแจ้งไปยังสำนักเทียนซานโดยเร็วที่สุด”
เฉินเฟิงพูดออกมาด้วยความเย็นชา “คิดจะขู่ผมงั้นหรอ?”
อีกฝ่ายเพียงแต่กุมหน้าอกเอาไว้ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
เฉินเฟิงที่เห็นแบบนี้จึงพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“คุณก็คงจะเป็นแค่ตัวส่งสารสินะ ผมไม่คิดจะเอาเรื่องกับคนแบบคุณหรอก พาผมไปหาเขาคนนั้น ผมอยากจะเห็นว่าเขาเป็นใครกันแน่”
จากนั้นเขาก็เดินกลับไปที่รถ
เฉินเฟิงเอ่ยปากบอกโดยที่ชิงจือไม่ได้ถามอะไรทั้งนั้น
“ไม่รู้ว่าใครกำลังตามหาผมอยู่ ผมคงต้องไปจัดการซะหน่อย ถ้าเกิดว่าคุณไม่อยากจะไปด้วย ผมจะส่งคุณ