แต่ชายชรากลับไม่ได้สนใจพลางเดินเข้าไปหาพวกเขาด้วยรอยยิ้ม
เขานั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆ เฉินเฟิงแล้วก็หันไปพูดกับเขาทันที
“เฉินเฟิง คุณชายเฉิน?”
เฉินเฟิงมองเขาถึงแม้ว่าจะมีอายุที่เยอะและมีรอยย่นให้เห็นบนใบหน้า แต่กลับยังมีความเปล่งปลั่งและสีหน้าที่แดงระเรื่อ ดูมีความสดใสอย่างมาก
“ใช่แล้ว แต่ผมคงไม่เหมาะสมที่คุณจะเรียกแบบนั้น”
“คุณชายเฉินล้อเล่นเกินไปแล้ว ถึงจะไม่ได้กล่าวถึงตำแหน่งของคุณในแวดวงธุรกิจ แต่ความสามารถและจุดแข็งของคุณนั้นเป็นที่ประจักษ์อย่างมาก ผมว่าคงไม่มีใครกล้าว่าคุณไม่เหมาะสมหรอก”
เฉินเฟิงยิ้มเยาะออกมาพร้อมกับพูดต่อ
“แต่คุณก็ยังให้คนไปเชิญผมมาด้วยวิธีที่ว่าหากผมไม่มาที่นี่ ก็เอาเรื่องการเคลื่อนไหวของผมไปแจ้งให้กับสำนักเทียนซาน ทั้งหมดนี้คงจะเป็นสิ่งที่คุณพูดสินะ ?”
เมื่อได้ยินคำถามของเฉินเฟิง ชายชราไม่ได้แสดงท่าทีขอโทษอะไร เพียงแต่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เรียบง่ายเท่านั้น
“ถ้าหากผมไม่บอกแบบนี้ ก็คงจะเป็นเรื่องยากที่จะเชิญคุณชายเฉินมาที่นี่ได้ แต่ผมสัญญาได้เลยว่าต่อให้คุณชายเฉินไม่ยอมรับการเชื้อเชิญนี้ ผมก็ไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นอยู่แล้ว เพราะว่าผมนั้นมีความชื่นชมในตัวคุณชายเฉินมาตลอด”
เฉินเฟิงถึงกับตะลึง พลางกล่าวถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“ชื่นชมในตัวผม?นี่เป็นมุกใหม่หรือไงกัน?”
ชายชรายังคงไม่มีการตอบสนองใดๆ เพียงแต่ตอบกลับเขาเท่านั้น
“คุณชายเฉิน ผมว่าเรามาเข้าเรื่องสำ