คำอธิบายนี้เฉินเฟิงไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย แต่บางทีหากเขาได้เป็นมหาปรมาจารย์แล้วก็คงจะได้สัมผัสมันเอง
จากนั้นชิงจือก็กล่าวอธิบายต่อ
“แต่ด้วยความกระจัดกระจายของศิลปะการต่อสู้เก่าแก่ทำให้การก้าวหน้าของเหล่าผู้ไล่ตามเริ่มถดถอย และค่อยๆ หยุดชะงักลงไป ซึ่งในช่วงเวลานั้นเพื่อที่จะแยกแยะความแตกต่างระหว่างศิลปะการต่อสู้ในตอนนั้นและปัจจุบันจึงได้มีการขนานนามช่วงเวลานั้นว่าเป็นยุคศิลปะการต่อสู้เก่าแก่ และเมื่อเอายุคศิลปะการต่อสู้เก่าแก่มาเปรียบเทียบก็เป็นเหมือนกับระบบต่างๆ ในยุคปัจจุบันนี้ ซึ่งความแตกต่างของทั้งสองมีสัญลักษณ์สำคัญอยู่อย่างหนึ่ง”
“การเดินทางของพระรัตนตรัย”
ประวัติศาสตร์ในส่วนนี้เฉินเฟิงเคยได้ยินมาก่อน เรื่องนี้มีการแผ่ขยายมาจากเปอร์เซีย อินเดีย เข้าสู่ประเทศทางตะวันตกจนมีผลกระทบอย่างรวดเร็วต่อศิลปะการต่อสู้ในที่ราบตอนกลาง และที่สำคัญไปกว่านั้นทั้งหมดนี้เป็นการสืบทอดมาจากพระพุทธศาสนาอีกด้วย เช่นเดียวกับวัดเส้าหลินที่เรียนรู้จนกลายเป็นสถานที่ของผู้เชี่ยวชาญในศิลปะการต่อสู้ จนเหล่านักต่อสู้ล้วนให้ความเคารพว่าเป็นต้นแบบทางศิลปะการต่อสู้
แต่ว่าทั้งหมดนี้เดิมทีไม่ได้มีการเริ่มต้นมาจากพื้นที่ราบตอนกลาง ดังนั้นหลังจากมีการเข้าสำรวจพื้นที่แห่งศิลปะต่อสู้ดั้งเดิม จึงทำให้เกิดการบูรณาการและการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ทำให้ค่อยๆ มีการสืบทอดศิลปะการต่อสู้ในแบบปัจจุบัน
ชิงจือพยักหน้า
“ใช่แล้ว ฉะ