ั่นคงจะเป็นของที่เหล่ามหปรมาจารย์ทั้งสิบสองคนได้ครอบครองเอาไว้
แต่ว่าของแบบนั้นมันมีประโยชน์ในการใช้งานอย่างไรกันแน่ เฉินเฟิงหันไปจ้องชิงจือ เขาไม่กล้าถาม เพราะต่อให้ถามไปก็คงจะไม่ได้คำตอบอะไรตามเดิม
และในเมื่อตอนนี้ชายชราหยางได้ปฏิเสธคำขอของชิงจือไปแล้ว เช่นนั้นพวกเขาก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องอยู่ที่นี่ต่อ
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะเดินทางกลับ หยางสิงอี้กลับดึงตัวเฉินเฟิงเอาไว้
เฉินเฟิงที่ถูกเขาพาไปอีกทางกล่าวถามขึ้นอย่างสงสัย
“มีเรื่องอะไรถึงต้องคุยกับผมเพียงลำพังแบบนี้?”
หยางสิงอี้ตอบกลับอย่างจริงจัง “เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้?”
เฉินเฟิงตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ
“เรื่องที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับผม ปกติแล้วผมจะไม่เข้าไปยุ่งด้วยหรอกนะ”
แต่ทันใดนั้นสีหน้าของหยางสิงอี้ก็หมองลง ก่อนที่เขาจะพูดออกมาด้วยความหดหู่
“ที่แท้คุณก็เดาได้แล้วสินะ หึ ผมกำลังคิดอยู่พอดีเลยว่าจะทำอย่างไงให้คุณ …… แต่ช่างมันเถอะ”
เฉินเฟิงมองเขา สิ่งที่หยางสิงอี้พูดมาทั้งหมดนี้ต่อให้เป็นเรื่องเมื่อคืนนี้หรือเป็นเรื่องที่มีคนตายในเช้าตรู่วันนี้ แต่หลังจากที่รู้เรื่องว่าไอ้ผมแดงตายไป เฉินเฟิงก็ไม่เคยคิดว่าจะเป็นฝีมือของหยางสิงอี้เลย แต่พอสังเกตเห็นหยางสิงอี้ที่พยายามหลบสายตาเวลาที่มองเขา เขาถึงได้คิดว่าอาจจะมีความเป็นไปได้ที่เขาจะทำ
แต่อย่างที่เฉินเฟิงเคยบอกเอาไว้ เรื่องที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเขา เขาจะไม่เข้าไปยุ่ง