ำหรับเรื่องของหยางสิงอี้เดิมทีเขาไม่เคยคิดมากอะไรอยู่แล้ว แต่เรื่องของเม็ดบัวนั่นจะตัดสินใจอย่างไร เขาอาจจะต้องพูดคุยกับชิงจือให้ชัดเจนก่อน หรืออาจจะเก็บเอาไว้คนเดียว แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่ผิด
“ผมเข้าใจแล้ว”
“ภายใต้ตึกไห่สือ นักพรตเต้าสวน” หยางสิงอี้บอก
เฉินเฟิงที่ได้ยินแบบนั้นกำลังจะถามให้เข้าใจ แต่หยางสิงอี้กลับชิงพูดขึ้นมาก่อน
“หวังว่าคุณจะรักษาคำสัญญา” พูดจบเขาก็หันหลังกลับทันที เหลือเพียงเฉินเฟิงที่ยืนงงอยู่ตรงนั้น
เฉินเฟิงครุ่นคิดแต่ก็ไม่ได้วิ่งตามกลับไปถาม ก่อนจะเดินกลับไปที่รถ
ทันทีที่เขานั่งเข้าไปในรถ ชิงจือก็เป็นฝ่ายเริ่มถามเขาทันที
“เขาบอกอะไรกับคุณ?”
เฉินเฟิงที่เพิ่งนั่งลงไป หันไปมองชิงจือด้วยความประหลาดใจ
“เกี่ยวกับเรื่องของสิบสองเม็ดบัวพระพุทธเจ้า”
เฉินเฟิงพูดออกมาอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย แต่เรื่องนั้นไม่ได้ทำให้ชิงจือตกตะลึงเลย ทว่าไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุใดถึงได้ทำให้สีหน้าของเธอซีดเซียวลงไปแบบนั้น
ในขณะที่เฉินเฟิงกำลังรอให้ชิงจือถามอีกครั้ง เธอกลับไม่มีการตอบสนองกลับใดๆ อีกเลย
เฉินเฟิงที่เห็นแบบนั้นจึงถามด้วยความแปลกใจ
“คุณไม่อยากรู้หรอว่าเม็ดบัวอันนั้นอยู่ที่ไหน?”
“อยากรู้”
“แล้วทำไมคุณถึงไม่ถามผมล่ะ?”
“เพราะว่าเดี๋ยวคุณจะเป็นฝ่ายบอกกับฉันเอง”
เฉินเฟิงจ้องมองท่าทีมั่นอกมั่นใจของชิงจือ เดิมทีเขาอยากอดทนที่จะไม่พูดออกไป แต่สุดท้ายคิดไปคิดมาเขาพูดจะดีกว่า
“ผมจะบอกเร