นั้น”
เฉินเฟิงพยักหน้าเข้าใจ แต่เขายังคงมีความสงสัยบางอย่าง แต่ว่าหยางสิงอี้กลับไม่ยินยอมที่จะพูดออกมา เขาจึงไม่กล้าที่จะถามเอาความ และเมื่อนึกขึ้นได้ว่าบางทีเขาอาจจะมาตามหาไอ้ผมแดง เฉินเฟิงจึงได้เอ่ยปากถามอีกครั้ง
“เพื่อนคุณใช่คนที่มีผมสีแดงหรือเปล่า?”
ทว่าหยางสิงอี้กลับปฏิเสธทันที
ในเมื่อไม่ใช่ไอ้ผมแดง เฉินเฟิงจึงไม่คิดที่จะไปถามอะไรอีก หลังจากนั้นหยางสิงอี้เองก็ขอตัวออกไป
การที่เขาพูดเรื่องของไอ้ผมแดงออกมาง่ายดายแบบนี้ เป็นเพราะว่าตัวเขาไม่ได้คิดจะปกป้องไอ้ผมแดงมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และขอเพียงแค่ไม่สร้างความขัดแย้ง เขาก็ไม่สนใจอะไรหากจะพูดเรื่องนี้กับหยางสิงอี้
แต่ถึงอย่างนั้นคนที่หยางสิงอี้มาตามหากลับไม่ใช่ไอ้ผมแดง
เมื่อเดินกลับเข้าไปในห้อง เฉินเฟิงจึงพูดขึ้น
“ด้านนอกนั่นไม่มีเจ้าหมอนั่นแล้ว นายไปหาที่อื่นซ่อนตัวเถอะ”
ทันทีที่พูดจบเขาก็ไม่สนใจสายตาอ้อนวอนของไอ้ผมแดงเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะไล่เขาออกไป
และแล้วค่ำคืนอันแสนวุ่นวายก็สงบลง
แต่เมื่อถึงเช้าตรู่ของวันถัดมา เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังขึ้น โดยที่พวกเขาคิดไม่ถึงว่ารถนั่นจะจอดลงยังโรงแรมที่พวกเขาพักอยู่
ราวกับว่าที่นี่มีคนตายเสียอย่างนั้น
ส่วนตัวเฉินเฟิงไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย เพราะมีคนตายถือเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้น อีกอย่างตัวเขาและชิงจือเองก็ยังมีธุระที่ต้องไปทำอีกด้วย
แต่ก็เป็นเพราะมีคนตายจึงทำให้พวกเขาต้องเสียเวลา กว่าการสอบปากค