ะเงยหน้าขึ้นมามองเลยสักนิด
ทางด้านชิงจือจึงถามไปอย่างไม่อ้อมค้อม
“คุณอย่าบอกนะว่าคุณใช้เวลาคิดหนึ่งวันแล้วคำตอบคือยอมแพ้?”
เฉินเฟิงกำลังอยากจะพูดออกมาว่าทำไมชิงจือถึงได้ถามแบบนี้ แต่ไม่คิดว่าชายชราหยางจะพยักหน้าจริงๆ
เขายังไม่ทันได้ทำอะไรเลย ทำไมชิงจือถึงดูออกได้ เฉินเฟิงได้เพียงพยายามเข้าใจว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะความเข้าใจของชิงจือที่มีต่อชายชราหยาง
“ที่แท้คุณก็เป็นแค่ไอ้พวกขี้ขลาดตาขาวคนหนึ่งเท่านั้น แต่ในเมื่อเป็นแบบนี้ ฉันก็จะเอาของในสัญญาของคุณไป”
เมื่อเธอพูดจบ ชายชราหยางก็พูดต่อทันที “เธอจะเอาไปไม่ได้”
“ทำไม นี่คือคำตกลงที่ได้มีไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ว่าถ้าหากคุณยอมแพ้ คุณก็ไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะได้ครอบครองมัน”
เฉินเฟิงที่ได้ยินแบบนั้นก็เกิดความไม่เข้าใจ ของที่พวกเขากำลังพูดอยู่นั้นมันคืออะไรกันแน่ แต่รู้สึกว่ามันคงจะมีค่ามากแน่ๆ
“เพราะว่ามันไม่ได้อยู่กับฉันแล้ว ฉันไม่มีปัญญาที่จะเอามันให้เธอได้”
“อะไรนะ คุณกล้าทำหายงั้นหรอ เป็นไปได้ยังไง หรือมีคนอื่นมาขโมยมันไปจากคุณงั้นหรอ ?”
ชายชราหยางส่ายหน้า
“ฉันบอกเธอไม่ได้ แต่ที่ฉันเลือกที่จะยอมแพ้ ก็เป็นเพราะว่ามัน”