ูดด้วยรอยยิ้ม
แต่ชิงจือยังคงพูดด้วยสีหน้านิ่งเฉย
“นั่นเป็นเพราะคุณอ่อนแอเกินไป หนูกลัวว่าถ้าหากใช้แรงทั้งหมดอาจจะทำให้คุณกระเด็นไปกับพื้นได้”
ถึงแม้จะพูดแบบนี้ แต่ในแววตาของชิงจือกลับไม่ได้แสดงออกถึงการดูถูกเลย
ชายแก่จึงหัวเราะขึ้นมาเสียงดัง
“สาวน้อย ถึงวิชาต่อสู้จะไม่เท่าไหร่ แต่ปากของเธอนี่ร้ายกาจกว่าวิชาต่อสู้เยอะเลยนะ เอาเถอะๆ ฉันก็แค่ตาเฒ่าธรรมดาคนหนึ่งจะมีสิทธิ์ไปวิจารณ์เธอได้อย่างไร”
เขาเดินมุ่งตรงเข้ามายังพวกเขาสองคนพร้อมกับถามอีกครั้ง
“เธอมาหาฉันทำไม?คงจะไม่ได้มาเพื่อแค่ต่อสู้กับฉันแค่นี้หรอกนะ”
ชายแก่เพิ่งจะพูดไปไม่เท่าไหร่ ตรงทางเข้าก็มีรถหลายคันขับเข้ามา รถวิบากคันสูงขับผ่านเข้ามาพร้อมกับฝุ่นควัน
ทั้งสามคนหยุดนิ่งพร้อมกับหันไปมอง เพราะตอนนี้รถเหล่านั้นกำลังมุ่งหน้ามายังพวกเขา
และทันทีที่มาถึงลานโล่ง รถวิบากก็ค่อยๆ จอดไล่ตามกันไป หลังจากนั้นก็มีชายหนุ่มเดินลงมาจากรถทีละคนๆ พวกเขาดูท่าทางแล้วอายุยังไม่ถึงสามสิบกันเลยสักคน ทั้งการแต่งตัวยังดูแปลกใหม่และทันสมัยอีกต่างหาก
ชายร่างผอมบางผมย้อมสีแดงลงมาจากที่นั่งเบาะหลังเดินนำคนอื่นๆ เข้ามาหาพวกเขา พร้อมกับหันไปตะโกนกับชายแก่
“ตาแก่ เอายังไง พื้นที่นี้ปล่อยได้หรือยัง เรื่องง่ายนิดเดียว ถ้าบอกว่าได้ก็ต่อรองราคามาได้เลย”
ใบหน้ามีความสุขของพ่อของสิงอี้เปลี่ยนไปทันที ราวกับว่าได้พบเจอกับเรื่องน่าขยะแขยงอะไรบางอย่าง
“ไสหัวไป ที่นี่ไ