ยมือสิ”
ในเมื่อเขาร้องขอ หลังจากนั้นไม่นานเฉินเฟิงเลยปล่อยมือออก
ชายหนุ่มคนนั้นเดินถอยหลังไปสองก้าวด้วยความกลัว
“อยากตายหรือไง”
เฉินเฟิงทำเพียงแค่ยิ้มรับโดยไม่ตอบกลับใดๆ
ชายหนุ่มผมแดงที่อยู่ด้านหน้าเพิ่งจะสังเกตเห็นเฉินเฟิงเช่นกัน แต่ว่าเขาไม่ได้ดูถูกเขาเหมือนกับคนอื่นๆ กลับหันมาพูดกับเฉินเฟิงด้วยความเคร่งขรึม
“ยังไม่แนะนำตัวเลย ไม่ทราบว่าท่านนี้คือ?”
เฉินเฟิงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“คนธรรมดาที่ผ่านทางมาเท่านั้น”
แต่หลังจากที่เฉินเฟิงพูดจบ ท่าทีของชายผมแดงก็เปลี่ยนไปในพริบตา เมื่อเขาเห็นว่าบนตัวเฉินเฟิงไม่มีของมีค่าอะไร เขาจึงไม่จำเป็นที่จะอ้อมค้อมอีก
“แล้วแกมาอยู่ตรงนี้ทำอะไร นี่มันใช่ที่ให้แกมาเสนอหน้าพูดด้วยงั้นหรอ”
เฉินเฟิงยิ้มตอบ “ผมก็แค่ไม่ชื่นชอบการกระทำแบบนี้ของคุณ เลยเข้ามาช่วยเหลือเท่านั้น”
เมื่อเห็นรอยยิ้มของเฉินเฟิง ชายผมแดงยิ่งเกิดความโมโหมากยิ่งขึ้น
“แกคิดว่าฉันอารมณ์ดีมากหรือไง ฉันกำลังพูดกับตาแก่อยู่ แกรีบไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าพวกพ้องของฉันไม่ไว้หน้าแก”
ทันทีที่เขาพูด เหล่าลูกน้องที่อยู่ข้างหลังของเขาก็เริ่มสะบัดข้อมือพร้อมจะหาเรื่อง
เฉินเฟิงที่เห็นอย่างนั้นจึงตอบกลับ
“ฉันก็แค่คิดว่าเรื่องพวกนี้สามารถใช้เงินแก้ปัญหาได้ก็เท่านั้น ถ้าเป็นอย่างนั้นพวกเราก็ไม่ต้องเสียแรงมาต่อยตีกันด้วยซ้ำ เพราะหากต่อยตีกันแล้วสุดท้ายมีแต่จะบาดเจ็บและเสียอารมณ์กันเปล่าๆ ”
ช