ด้วยความเอือมระอา แต่ยังไม่ทันที่เขาจะหยุดคิด ข้างกายของเขาก็มีเสียงขยับตัวเกิดขึ้น
เฉินเฟิงมองไปยังชิงจือที่หลุดพ้นออกมาจากพันธนาการด้วยความตกตะลึง เธอยืนอยู่ตรงนั้นราวกับว่าไม่เป็นอะไรทั้งสิ้น
เมื่อรับรู้ถึงสายตาของเฉินเฟิง ชิงจือจึงพูดด้วยความนิ่งเฉย
“แค่ความสามารถของแดนมหาปรมาจารย์เท่านั้น”
เฉินเฟิงไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี เขาจึงได้เพียงแต่มองตาค้างอยู่อย่างนั้น
ชิงจือค่อยๆ เดินไปทางเซวี่ยผิงอย่างช้าๆ ตอนนี้เหมือนว่าเขาจะไม่ทันสังเกตเห็นเธอ แต่ทันทีที่เขาเห็นชิงจือ เขาก็แสดงท่าทีหวาดกลัวราวกับหนูที่เจอเข้ากับแมวเสียอย่างนั้น ซึ่งความหวาดกลัวนั้นเกิดขึ้นมาจากแรงกดดันของมหาปรมาจารย์
ชิงจือพูดด้วยความเย็นชา
“ฉันไม่ได้มีความโหดร้ายขนาดนั้น ฉะนั้นฉันจะให้คุณตายด้วยวิธีการง่ายๆ แล้วกัน”
เสียงของเธอยังไม่ทันได้ขาดคำ เซวี่ยผิงก็หันหลังหนีทันที สิ่งที่เขาคิดตอนนี้คือการหนีให้สุดชีวิต ซึ่งนั่นเป็นความคิดเดียวกับเฉินเฟิงในตอนที่ได้เจอกับเน่หวาเฟิง เพราะการอยู่ต่อหน้าของมหาปรมาจารย์ การหนีเอาชีวิตรอดคือหนทางที่ชัดเจนที่สุด
แต่เขาแย่กว่าเฉินเฟิงเป็นร้อยเท่า เพราะยังไม่ทันที่เขาจะหนีออกไปทางประตูหลัง ชิงจือก็กระโจนเข้าไปอยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว
และในตอนที่เซวี่ยผิงคิดที่จะต่อสู้กลับ เขากลับคิดไม่ถึงเลยว่าตัวเองจะไร้เรี่ยวแรงถึงขนาดนี้ได้
เขาเหมือนกับกำลังมองดูว่าตัวเองกำลังจะตายอย่างไร ยังไม่ทัน