ที่จะได้ส่งเสียงร้องออกมา บริเวณหน้าอกของเขาก็ว่างเปล่าไปซะแล้ว หัวใจที่เดิมทีเต้นทำงานอยู่ตรงนั้น ตอนนี้กลับถูกชิงจือจับเอาไว้ในมือ
ในขณะที่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความตายที่เกิดขึ้นเร็วเกินไปหรือสาเหตุอื่นใด ทันทีที่เซวี่ยผิงได้เห็นหัวใจของตัวเองกำลังเต้นอยู่ตรงนั้น แต่ยังไม่ทันที่หัวใจจะหยุดเต้น เขาก็ไร้ซึ่งความรู้สึกแล้วตายไปเสียอย่างนั้น
ทันทีที่เซวี่ยผิงล้มลงไปกองกับพื้น ชิงจือก็โยนหัวใจที่อยู่ในมือทิ้งไปด้วยความขยะแขยง พร้อมกับสะบัดเอาคราบเครียดเหนอะหนะออกไป ก่อนที่จะมองไปยังร่างไร้วิญญาณนั้นอย่างเยือกเย็น
“ฉันเคยบอกไว้แล้วว่าจะให้คุณตายอย่างไม่ต้องเจ็บปวด”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้เห็นความน่าหวาดกลัวของมหาปรมาจารย์ แต่เขาก็ยังคงตื่นตกใจทุกครั้งที่ได้เห็น
ความตกใจเกิดขึ้นมาจากการออกแรงครั้งเดียวแต่กระทบถึงจิตวิญญาณโดยตรงนั้น ซึ่งนั่นนับเป็นพลังที่น่านับถืออย่างมาก
ตอนนี้เซวี่ยผิงตายแล้ว ส่วนคนที่เหลือต่างก็หนีหายหัวไปตั้งนานแล้ว เฉินเฟิงถูกชายชุดดำพยุงให้ลุกขึ้นยืน ในระยะที่ใกล้กันเขาถึงสังเกตเห็นว่าชายชุดดำได้สวมหน้ากากสีดำคลุมหน้าเอาไว้ด้วย เหมือนกับว่าเขาไม่ต้องการที่จะเปิดเผยใบหน้าของตัวเองออกมา
แต่นี่ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ฉะนั้นเฉินเฟิงจึงไม่สนใจที่จะไปไถ่ถามเขาให้มากความ
“นี่คือยาถอนพิษ”
ชายชุดดำยื่นขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวอันเล็กมาให้เขา
เฉินเฟิงจึงรับเอาไว้ เขาสูดดมกลิ่นเ