วย นั่นเป็นชื่อของเขาหรอ ?”
ชายชุดดำที่เดินอยู่ข้างกายของเฉินเฟิงกลับนิ่งเงียบ คงเป็นเพราะว่าเขาถามคำถามที่เขาไม่อยากที่จะกล่าวถึงมันอีก เขาเลยมองไปยังชิงจือที่เดินนำหน้าแก้เก้อ จากนั้นเฉินเฟิงก็พูดแย้งขึ้นมาอีกครั้ง
“คุณไม่จำเป็นต้องตอบก็ได้ ผมแค่รู้สึกสงสัยเท่านั้น”
แต่ถึงอย่างนั้นชายชุดดำก็ขยับปากพูดขึ้นมาแล้ว
“ผมมีความแค้นกับเขา ทั้งยังเป็นแค้นที่ฝังลึกอีกด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะว่าโชคดี เมื่อสิบสามปีที่แล้วผมก็คงจะตายไปแล้วล่ะ แต่สวรรค์มีตาให้ผมได้เห็นเขาถูกฆ่าตายต่อหน้าผมในวันนี้”
ถึงแม้จะมองไม่เห็นสีหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากนั้น แต่เฉินเฟิงที่เห็นแววตาของเขาก็รับรู้ได้เลยว่าเขากำลังยิ้ม เมื่อแค้นใหญ่ได้รับการชำระแล้ว แน่นอนว่าสามารถยิ้มดีใจได้แล้ว
“เขาก่อการอาละวาดขนาดนี้ ไม่มีใครที่อยู่ในทะเลทรายนี้มาเอาโทษเขาเลยหรอ พวกโรงเรียนต่อสู้ทั้งหมดของที่นี่ไม่มีใครรู้เรื่องเลยงั้นหรอ?”
เฉินเฟิงที่นึกถึงความโหดร้ายของเซวี่ยผิง กล่าวถามอีกครั้งด้วยความโกรธเคือง
จากนั้นชายชุดดำจึงต้องอธิบายให้กับเขา
“ในทะเลทรายอันกันดารแบบนี้ พวกนักต่อสู้เหล่านั้นจะยอมมาอยู่ที่นี่เพื่อทนความลำบากไปทำไมกัน พวกเขายินยอมที่จะหลบซ่อนตัวเสพสุขในแสงสีสถานบันเทิงยามค่ำคืนซะมากกว่า เพื่อเป็นรางวัลปลอบใจสำหรับความเหน็ดเหนื่อยจากการฝึกฝนวิชาการต่อสู้ ส่วนคนอื่นๆ ……หึ!”