?” เฉินเฟิงถามอย่างไม่สบอารมณ์
ชายร่าผอมสูงคนนั้นเดินมาตรงหน้าเขา แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“คุณให้ค่าตัวเองมากเกินไปแล้ว”
เฉินเฟิงคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีวันนี้ที่หั้วจิ้งชั้นสูงสุดอย่างเขาจะถูกหัวเราะเยาะแบบนี้
“ถึงแม้จะเป็นการกลั่นเลือด แต่พวกเราก็มีการใช้วัตถุดิบชั้นสูง รอจนยาเหล่านั้นมีการพัฒนาจนเต็มที่แล้ว ความสามารถของเราก็จะเพิ่มขึ้นมาด้วยแน่นอน ซึ่งการจะก้าวหน้าสู่การเป็นมหาปรมาจารย์ก็ใช่ว่าจะเป็นไม่ได้”
เฉินเฟิงถึงกับหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำพูดนี้ “หากพูดแบบนี้ แสดงว่าคุณเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะได้ผลหรือเปล่า ทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่คุณเพ้อคิดไปเอง”
ราวกับว่าเฉินเฟิงพูดแทงจี้จุด เขาคนนั้นถึงกับนิ่งอึ้งไปทันที
“แก แกมันปากดีนักนะ รอให้ถึงเวลา รอให้แกถูกทรมานจนกลายเป็นศพเดินได้เมื่อไหร่แกก็จะไม่มีปากได้พูดคำพูดพวกนี้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นฉันไม่ถือสาหรอกที่แกจะพูดมากหน่อย”
เฉินเฟิงตกใจอย่างมาก เขาไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะเลือกใช้วิธีการทรมานเขาให้กลายเป็นศพเดินได้
วิธีการสกปรกน่ารังเกียจแบบนี้เขาเคยได้ยินมาก่อน แต่ยังไม่เคยได้พบเห็นเลยสักครั้ง ที่จริงแล้วสมองของคนเรามันเบาะบางมากนัก ดังนั้นจึงถูกทำลายได้อย่างง่ายดาย ซึ่งในส่วนของเปลือกสมองของคนล้วนมีหน้าที่การทำงานของตัวเองทั้งนั้น ถ้าหากว่ามีการไปกระตุ้นส่วนใดส่วนหนึ่งเข้านั่นอาจจะทำให้คนคนนั้นสูญเสียสติไปได้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงรักษาสัญ