งขึ้นข้างหู
“ตอนนี้พวกคุณสามารถลุกขึ้นยืนได้หรือยัง?” เขาถาม
เฉินเฟิงตอบกลับทันที “ไม่ได้”
เขาคนนั้นถามกลับอย่างประหลาดใจ
“เป็นไปได้ยังไง หากพูดตามเหตุผลขอเพียงไม่รับยาพิษนั้นเพิ่มเข้าไป พวกคุณก็จะสามารถฟื้นสภาพร่างกายได้แล้วไม่ใช่หรือไง ?”
แต่แล้วเหมือนเขาจะเดาคำตอบได้แล้ว
“พวกคุณไม่ได้ทำตามที่ผมบอกแล้วกินอาหารที่พวกเขาเอามาให้ใช่ไหม ?”
ตอนนี้เขาเหมือนจะโกรธอย่างมาก การที่เขาจะโกรธนั้นเฉินเฟิงพอเข้าใจได้ แต่เรื่องแบบนี้เป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้ เขาจึงต้องกล่าวอธิบาย
“พวกเรากิน แต่ไม่หมายความว่าพวกเราเป็นฝ่ายเริ่มกินเอง พวกเราไม่มีแรงที่จะไปต่อต้านมัน”
ไม่นานเขาคนนั้นเหมือนจะเข้าใจความหมายของเฉินเฟิง เขาเองรู้สึกหมดหนทางเช่นกัน จึงได้เพียงพูดอีกครั้ง
“เป็นสิ่งที่ผมไม่ทันคิดจริงๆ ดูท่าแล้วผมคงจะต้องไปขโมยยาถอนพิษเท่านั้นถึงจะสามารถช่วยพวกคุณออกไปได้”
“คุณทำได้หรอ?” เฉินเฟิงถามด้วยความหวัง
เขาคนนั้นจึงตอบกลับ
“ถึงแม้ผมจะขโมยยาพิษได้ แต่พวกคุณเหลือเวลาไม่เยอะแล้ว อีกสองวันนักบวชจะมาหาพวกคุณ ซึ่งผมไม่สามารถที่จะช่วยพวกคุณออกไปก่อนหน้านั้น”
เฉินเฟิงที่ได้ยินเสียงอันไร้หนทางของอีกฝ่ายแล้วก็รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายต้องการที่จะช่วยพวกเขาออกไปด้วยใจจริง แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นเรื่องยากที่เขาจะทำได้
“อย่างนั้นก็ช่างมันเถอะ” ในเวลานั้นเองชิงจือก็พูดแทรกเข้ามา
“ผมสามารถลองอีกครั้ง” เขาคนนั้นบอก
“นี่ก