้วยความมั่นใจแบบนี้ เฉินเฟิงจึงถามด้วยความประหลาดใจ
“ทำไม?”
“กลิ่นอายจากตัวเขามีบางอย่างที่ทำให้รู้สึกคุ้นเคย ถึงจะมองไม่เห็นใบหน้าของเขา แต่บางทีฉันอาจจะรู้จัก”
เฉินเฟิงรู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่ชิงจือเป็นถึงมหาปรมาจารย์ ถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่ถูกจับมาเหมือนกับเขา แต่เธอนั้นมีความสามารถกว่าเขาหลายเท่า
ซึ่งทุกอย่างก็เป็นอย่างที่เขาคนนั้นได้บอกเอาไว้ เมื่อถึงเวลาก็มีคนนำอาหารและน้ำเข้ามาให้พวกเขา แต่เขาคนนั้นคงจะคิดไม่ถึงว่าในสภาพที่ไร้เรี่ยวแรงแบบนี้ พวกเขาทั้งสองคนต่างก็ถูกคนพวกนั้นบีบบังคับให้กินอาหารพวกนั้นและน้ำลงไป จึงทำให้ร่างกายไร้ซึ่งเรี่ยวแรงไม่สามารถฟื้นสภาพได้
แต่ถ้าหากว่ายังคงเป็นแบบนี้ต่อไป ต่อให้เขาคนนั้นจะกลับมา เขาคงจะไม่มีทางพาเฉินเฟิงพวกเขาสองคนออกไปได้แน่
แต่ยิ่งสิ้นหวังไปกว่านั้นก็คือเรื่องแบบนี้พวกเขาสองคนกลับทำอะไรไม่ได้สักอย่าง
ตามที่คนในความลับคนนั้นได้บอกเอาไว้หลังจากผ่านไปสองวัน เขาก็กลับมาอีกครั้ง แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด คงเป็นเพราะระยะเวลาผ่านนานสามสี่วัน เซวี่ยผิงราวกับว่าลืมพวกเขาไปแล้ว ถึงไม่ได้เข้ามาดูพวกเขาเลย และยังไม่ได้พูดถึงเรื่องฆ่าพวกเขาทิ้งอีกด้วย
เฉินเฟิงทำได้เพียงคิดว่านี่ถือเป็นโชคดี ถ้าหากสามารถหนีออกไปได้ เขาก็คงจะทำอย่างที่เซวี่ยผิงเคยบอกเอาไว้คือกลับมาแก้แค้น
และแล้วเสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยก็ดังขึ้น ผ่านไปเพียงไม่นาน เขาก็ได้ยินเสียงที่ทุ้มต่ำดั