ดว่าคงจะเป็นเซวี่ยผิงแต่กลับไม่คิดว่าจะกลายเป็นคนอื่น
“ผมมาช่วยพวกคุณ”
เฉินเฟิงอยากจะแหงนหน้าขึ้นไปดู แต่ภายใต้ความมืดมิดทำให้เขามองไม่เห็นอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ และน้ำเสียงนั้นก็ไม่คุ้นหูอีกด้วย
“คุณเป็นใคร?” เฉินเฟิงถามอย่างระวังตัว
คนคนนั้นกดเสียงต่ำลง
“คุณไม่ต้องสนใจหรอกว่าผมคือใคร แค่รู้ว่าผมมาเพื่อช่วยพวกคุณก็พอแล้ว”
เฉินเฟิงยังคงตั้งคำถามด้วยความสงสัย “พวกเราจะเชื่อคุณได้ยังไง”
เขาคนนั้นจึงตอบกลับ “คุณคิดว่านอกจากจะเชื่อผมแล้ว ยังจะมีตัวเลือกอื่นอีกงั้นหรอ ?จะอยู่ที่นี่รอความตายงั้นสิ?”
เฉินเฟิงถึงกับเงียบ เมื่อเห็นว่าเฉินเฟิงไม่ได้ตั้งคำถามใดๆ เขาคนนั้นจึงพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“ตอนนี้ผมไม่มีหนทางที่จะพาพวกคุณออกไป เพราะพวกเขาเฝ้าคุ้มกันอยู่ข้างนอก รอให้ผมกลับมาครั้งหน้าพวกคุณต้องเตรียมตัวไว้ให้ดี หากพวกเขาเอาอะไรให้พวกคุณกินอย่าได้ลิ้มลองเด็ดขาด รวมถึงน้ำด้วย อดทนให้ผ่านช่วงเวลานี้ไป ร่างกายของพวกคุณคงจะค่อยๆ ฟื้นสภาพกลับมาเอง เมื่อถึงตอนนั้นผมถึงจะสามารถพาพวกคุณออกไปได้”
ถึงแม้ไม่รู้ว่าเขาคนนี้มีเป้าหมายใดกันแน่ แต่ตอนนี้นอกจากเชื่อเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
“ได้!พวกเราจะรอคุณ”
ยังไม่ทันที่เฉินเฟิงจะพูดจบ เสียงเท้าก็ค่อยๆ เดินไกลออกไปด้วยความเบา
“พวกเราจะเชื่อเขาได้หรือเปล่า?”
เฉินเฟิงหันไปถามชิงจือหลังจากที่ทุกอย่างกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง
“เชื่อได้!”
คิดไม่ถึงเลยว่าชิงจือจะตอบด