นนั้นออกมา ฉันอยากจะดูหน่อยว่ามันจะมีค่าขนาดไหนเชียว ถึงขนาดสามารถซื้อคอนโดในTomson Rivieraได้” ใบหน้าของเขาแสดงออกมาราวกับตนได้รับชัยชนะแล้วเสียอย่างนั้น
เฉินเฟิงมองไปยังชิงจือที่หลับตาไม่สนใจอะไร เขาจึงคิดว่าหากยังสร้างเรื่องแบบนี้ต่อไป เขาคงจะไม่ได้ลงจากรถไฟแน่ๆ
แต่เจ้าหมอนั่นที่เห็นเฉินเฟิงเกิดความลังเลก็ยิ่งโอหังยิ่งขึ้น
“เป็นอะไรไป กลัวแล้วหรอ เมื่อกี้ยังอวดดีอยู่ไม่ใช่หรือไง ?ทำไมพอฉันไปพาคนมา แกถึงได้สงบเสงี่ยมซะงั้น แกสุดยอดนักไม่ใช่หรือไง ?”
เฉินเฟิงครุ่นคิดก่อนจะหยิบเอานาฬิกาออกมาให้พวกเขาดู ถ้าหากยังปล่อยให้เขายโสโอหังแบบนี้ต่อไป ตัวเขาเองคงจะไม่ได้ลงจากรถไฟแน่ๆ เขาปลดนาฬิกาออกจากข้อมืออย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็โยนให้กับชายหนุ่มผู้ดีคนนั้น
“ค่อยๆ ดู ขอแค่อย่ารบกวนพวกเราก็พอแล้ว ดูเสร็จเมื่อไหร่ค่อยส่งคืนมาก็ได้”
ชายหนุ่มที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว เขาถึงกับมือไม้พันกันไปหมดกว่าจะรับนาฬิกาเอาไว้ได้
เมื่อมองดูท่าทีที่เฉินเฟิงปฏิบัติต่อนาฬิกาแล้ว ชายหนุ่มผู้ดีที่เมื่อกี้ยังมีความสนใจถึงกับแสดงสีหน้าผิดหวังออกมา
“ฮึ จะตายอยู่แล้วยังจะมีหน้ามาโม้อีก ถ้าหากมันมีค่าขนาดนั้น แกจะกล้าทำแบบนี้หรอ ถ้าเป็นของดีจริงคงจะเจ็บใจหากมันมีรอยขีดข่วนแค่นิดเดียว”
เฉินเฟิงขี้เกียจที่จะไปสนใจพวกเขาแล้ว จึงหันไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าด้านนอกหน้าต่างจะวุ่นวายกว่าด้านในอีก
ในตอนที่เฉินเฟิง