้าแล้ว
ในเมื่ออีกฝ่ายมาหาถึงที่แล้ว ในที่แห่งนี้ เขาเองก็ไม่มีโอกาสที่จะหนีรอดไปได้ เฉินเฟิงจึงมีแต่ต้องเผชิญหน้า ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย เขาก็ต้องทุ่มสุดตัว
“ต้องการให้ข้าช่วยไหม?”
ระวังที่กำลังสิ้นหวัง นึกไม่ถึงว่าชิงชิวจะพูดแบบนี้
แต่เฉินเฟิงรู้ดีว่าต่อให้เขากับชิงชิวจะร่วมมือกัน พวกเขาก็ไม่สามารถต่อกรกับหนึ่งในมหาปรมาจารย์ได้
นี่คือความห่างชั้นของฝีมือ
“ช่างเถอะ ฉันจะพยายามไม่ให้พวกเราทำลายกระท่อมแห่งนี้ก็แล้วกัน แกไปหลบอยู่ข้างในดีกว่า!” เฉินเฟิงพูดด้วยความสิ้นหวังเล็กน้อย
พอได้ยินเฉินเฟิงพูดแบบนี้ ชิงชิวก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เขาค่อยๆวางหขวานที่อยู่บนมือ แล้วเดินเข้าไปในกระท่อม
ส่วนเน่หวาเฟิงในที่สุดก็มาอยู่ตรงหน้าของเฉินเฟิง
เขายืนอยู่หน้าประตูทางเข้า พอเห็นเฉินเฟิงที่ยืนรออยู่ตรงนั้น ก็ถามด้วยเสียงที่เย็นชาว่า
“เจ้าก็คือเฉินเฟิง?”
เฉินเฟิงพยักหน้าด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่ม
“ผมก็คือเฉินเฟิง ผมเองก็รู้ว่าคุณมาที่นี่เพื่อสังหารผม แต่สองคนนั้นผมไม่ได้เป็นคนฆ่า ส่วนเรื่องที่ว่าเป็นฝีมือของใคร คงต้องขอให้ท่านตรวจสอบอีกที”
เน่หวาเฟิงไม่ได้สงสัยอะไร พูดอย่างใจเย็นว่า
“ข้ารู้แล้ว”
เฉินเฟิงตกใจไปพักนึง เขารู้สึกไม่อยากจะเชื่อว่าแค่นี้จะสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนแล้ว ส่วนอีกฝ่ายก็ดูไม่เหมือนว่าจะมีข้อสงสัยอะไร
แต่พอได้ยินคำถามต่อมาของเน่หวาเฟิง เฉินเฟิงก็รู้แล้วว่าตัวเองคิดมากไปเอง
“เจ้าเตรียมตัวที