เน่หวาเฟิงได้แต่พยักหน้า เขาคิดในใจตั้งแต่แรกแล้วว่าจะทรมานเฉินเฟิงยังไง
พอผู้อาวุธโสของสำนักเทียนซานที่ไม่เคยลงเขามาก่อนลงเขามาข่าวก็ไปถึงหูของเจี่ยตงอย่างรวดเร็ว
เจี่ยว่างเล่ที่นั่งอยู่ข้างๆเจี่ยตง ดูเหมือนว่าเขาจะกังวลเป็นอย่างมาก
“ตอนนี้ผู้อาวุธโสของสำนักเทียบซานลงมาด้วยตัวเอง แต่แกรู้สึกว่าตัวเองสามารถรับมือกับพวกเขาได้ ถ้าเกิดเขาสังเกตเห็นความผิดปรกติ ต่อให้พ่อแกก็ไม่สามารถปกป้องแกได้”
เจี่ยตงกลับมองลุงตัวเองด้วยความสงบ ไม่ได้รู้สึกร้อนรนแต่อย่างใด ราวกับว่าเรื่องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาแม้แต่น้อย
“ใจของคนเราเกิดมาจากเลือดเนื้อ ต่อให้เขาจะเป็นถึงมหาปรมาจารย์ แต่คงไม่สามารถฝึกฝนจนมีสัมผัสที่เจ็ด เรื่องนี้ผมเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่มีทางที่เขาจะมองออก จะต้องเชื่ออย่างแน่นอนว่าเฉินเฟิงเป็นคนทำร้ายพี่น้องตระกูลเน่ จนสุดท้ายถึงแก่ชีวิต”
เจี่ยว่างเล่ก็ยังไม่วางใจอยู่ดี แต่ก็รู้ว่าต่อให้ตัวเองพูดยังไงก็คงเปล่าประโยชน์
เน่หวาเฟิงมาถึงเมืองหลวง สิ่งที่แรกที่เขาทำก็คือไปดูศพของเด็กทั้งสองคน
ส่วนเจี่ยตงเองก็ตามหลังเน่หวาเฟิงจะไป ระยะเวลาของพวกเขาทั้งสองคนห่างกันแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น
แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร หลังจากที่ทักทายกัน ก็ตามหลังของเน่หวาเฟิงอยู่ตลอด ไปตรวจสอบศพของพี่น้องตระกูลเน่พร้อมกัน
พอรอจนเห็นศพถูกวางอยู่ในห้องเก็บศพที่หนาวเหน็บ ความรู้สึกของเน่หวาเฟิงก็ไม่สามารถยับยั้