้ข่าวนี้ สิ่งแรกที่ทำก็คือไปหาเขา
ห้องใหญ่มาก ตกแต่งไปด้วยของที่หรูหรา ภาพวาดที่แขวนอยู่บนผนังก็ถูกคัดสรรมาอย่างดี ที่ปรกติไม่สามารถเห็นได้
แต่เน่หวาเฟิงในตอนนี้ไม่มีอารมณ์ที่จะชื่นชม เขามองออกไปยังคฤหาสน์ที่อยู่นอกหน้าต่าง อยากจะกลับไปหาครอบครัวที่อยู่บนเขามากกว่า
เขาไม่รู้ว่าการที่ตัวเองไม่อยู่หลายวัน ภรรยาของเขาซินเอ๋อเป็นยังไงบ้าง การสูญเสียลูก สำหรับคนเป็นแม่แล้วเป็นความเจ็บปวดที่ร้ายแรงที่สุด อุ้มท้องมาสิบเดือน อบรมสั่งสอนลูกมาอย่างยากลำบาก แต่สิ่งที่ได้มาก็คือคนผมขาวต้องค่อยจัดงานศพให้กับคนผมดำ
เขาอยากจะรีบจัดการเรื่องทางด้านนี้ให้เสร็จ จะได้กลับไปอยู่ข้างๆภรรยาไวๆ
ขณะที่พึมพำอยู่ ก็มีคนมาเคาะประตู
หลังจากที่เน่หวาเฟิงจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง จึงให้คนที่อยู่ข้างนอกเข้ามาข้างใน
คนที่เข้ามาก็คือเจี่ยตง หลังจากที่เขาได้ข่าวของเฉินเฟิงสิ่งแรกที่ทำก็คือรีบมาหาเขา
แต่หลังจากที่เปิดประตู อารมณ์ที่ตื่นเต้นของเขากลับหายไป ดูราวกับว่าจู่ๆก็มาหาเพราะความเป็นห่วงก็เท่านั้น
“ได้ข่าวแล้วเหรอ?”
เน่หวาเฟิงถามด้วยทันที
แต่เจี่ยตงกลับทำเหมือนไม่อยากจะบอกข่าวออกมา ขยับริมฝีปาก แต่ก็ยังลังเลที่จะพูด
“เจ้าทำอะไร มีอะไรก็รีบพูด”
เน่หวาเฟิงเป็นคนใจร้อน แน่นอนว่าไม่อยากให้เจี่ยตงทำท่าทางแบบนี้
เจี่ยตงราวกับถูกบังคับ จนต้องพูดออกมา
“ลุงเน่ ไอ้คนชั่วช้าคนนั้นพวกเราเจอแล้วก็จริง แต่ว่าเขาเป็นคนที่เจ้า