อึ้งอยู่ เขาไม่เคยนึกถึงความเป็นไปได้แบบนี้มาก่อน
แต่ชิงชิวกลับยิ้มอีกครั้งแล้วพูดว่า
“ปล่อยให้เป็นเรื่องของชะตาลิขิต นั่นคือสิ่งที่ข้าตามหา”
แต่ตอนนี้เฉินเฟิงไม่รู้แล้วว่าคำพูดของเขาคำไหนจริง คำไหนปลอมกันแน่
ระหว่างทางก็มีบทสนทนาเพียงเท่านี้ หลังจากนั้นทั้งสองก็กลับไปสู่ความเงียบอีกครั้ง
ส่วนสิ่งที่ชิงชิวพูดเป็นแค่คำพูดหยอกล้อเฉินเฟิงเท่านั้นเอง หลังจากที่กลับมา เขาก็นำสมุนไพรไปบดเป็นน้ำ แล้วทาใส่บาดแผลของชิงจือ
แล้วเปลี่ยนผ้าพันแผลให้เธอใหม่ หลังจากที่ทุกอย่างจบลง ดวงอาทิตย์ก็ค่อยๆหายกลับเข้าไปยังทิศตะวันตก
แต่ตอนนี้จู่ๆชิงชิวก็พูดขึ้นมาว่าจะไปแล้ว
เฉินเฟิงมองดูเวลา จึงถามกลับไปด้วยความประหลาดใจ
“แกจะไปตอนนี้หรอ แต่ว่าตอนนี้ข้างนอกใกล้มืดแล้วน่ะ”
“ไม่เป็นไร ตอนมาข้ามายังไง ตอนกลับก็กลับไปเหมือนเดิม”
ชิงชิวแบกกระบี่ของเขาแล้วเริ่มเดินออกไปข้างนอก
“หรือว่าแกมีเรื่องด่วนอะไร อีกอย่างตอนนี้อาการของเธอยังไม่แน่นอน ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา ฉันไม่สามารถรับมือกับมันได้”
แน่นอนว่าเฉินเฟิงยังหวังว่าชิงชิวจะอยู่ต่อ ความไม่พอใจระหว่างพวกเขา เขาเองก็เคยสั่งสอนเขาไปแล้ว ตอนนี้ก็ยังเป็นช่วงเวลาที่ต้องการเขา เฉินเฟิงจึงไม่ต้องคิดอะไรให้มากความ
แต่ชิงชิวก็เดินออกนอกประตูไปแล้ว
“ถ้าเกิดยังช่วยเอาไว้ไม่ได้จริงๆ งั้นก็คงเป็นชะตากรรมของนาง ถึงเวลานั้นเจ้าคงได้รับการสืบทอดต่อ นั้นเองก็เป็นสิ่งที่ชะตาฟ้าลิขิต