แน่นอนว่าเจ้าเองก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบใดๆ”
คำพูดของชิงชิวดูเหมือนกำลังพูดล้อเล่นอยู่ แต่เฉินเฟิงก็รู้ดีว่าสิ่งที่เขาพูดมันออกมาจากสิ่งที่เขาคิดจริงๆ
สุดท้ายเฉินเฟิงก็ไม่ได้รั้งชิงชิวเอาไว้ เขาเดินเข้าป่าก่อนที่จะพระอาทิตย์ตก เดินลงเขาด้วยถนนที่แคบแห่งนั้น
สิ่งที่ไม่สามารถรรั้งเอาไว้ไม่ได้มีเพียงแค่ชิงชิว ยังมีการจากไปของดวงอาทิตย์ ก็ราวกับความมืดที่ค่อยๆกลืนกินอาหาร พอรู้ตัวอีกทีก็ไม่เหลือแสงสว่างแล้ว
เฉินเฟิงจุดไฟในตะเกียงที่วางอยู่บนโต๊ะ นั่นเป็นสิ่งๆเดียวที่สามารถให้แสงสว่างในห้องแห่งนี้
เขาไม่รู้ว่าตัวเองยังต้องอยู่ที่นี่นานแค่ไหน แต่ชิงจือเคยช่วยเหลือเขา เขารู้สึกว่าตัวเองจำเป็นต้องทำแบบนี้
แต่พอนั่งไปสักพัก จู่ๆเขาก็นึกถึงเรื่องตอนเช้าที่ชิงชิวเคยบอกกับเขา
หรือว่ามหาปรมาจารย์ถูกกำหนดเอาไว้แค่นั้น หรือว่าเดิมที่นี่เป็นเรื่องล้อเล่น ถ้าเกิดรอจนกระทั่งสามารถหลอมรวมของใหม่ๆขึ้นมา งั้นมันก็เหมือนกับหน้าผาที่ไม่มีทางออกที่ถูกน้ำซัดเข้ามาจนเขื่อนกั้นน้ำ ทุกทุบแตกอย่างรวดเร็ว
ในใจของเฉินเฟิงคิดแบบนี้ แต่ว่าลึกๆในใจของเขาก็มีบางอย่างบอกให้เขาเชื่อคำพูดของชิงชิว
จนกระทั่งเขาไม่รู้ตัวว่ากำลังมองไปยังชิงจือที่ยังนอนไม่ได้สติ
ความจริงเวลาที่ดูแลพวกเธอทั้งสองมันน่าเบื่อมาก สิ่งที่เขาทำได้มีแค่การรอคอย หรือไม่ก็ค่อยเปลี่ยนยาสมุนไพรที่อยู่ตรงหน้าอกของชิงจือ และเปลี่ยนผ้าพันแผล
ในที่สุดพอร