มองแวบหนึ่ง เฉินเฟิงยังจำฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ แต่ไม่นานก็นึกถึงเด็กน้อยที่สกปรกมอมแมมคนนั้นขึ้น
เธอค่อนข้างเขินอาย ไม่กล้าที่จะไปดูเฉินเฟิง
หลบอยู่ด้านหลังของโต๊ะซึ่งกล้าเพียงแค่แอบมอง เฉินเฟิงก็ยิ้มให้กับเธอ
แข็งทื่ออยู่ประมาณหนึ่งนาที สาวน้อยถึงกล้าที่จะลองเดินออกมา
เห็นว่าเฉินเฟิงเหมือนจะไม่มีอันตรายอะไรแล้ว มือเล็ก ๆ สองข้างของเธอก็วางไปบนขอบอ่าง จ้องมองร่างกายของเฉินเฟิงที่กำลังแช่อยู่ในอ่างยา
“หนูไม่กลัวฉันแล้วเหรอ? ”
เฉินเฟิงกระซิบถามขึ้น
แต่สาวน้อยก็คงยังไม่พูดไม่จา ได้แต่มองดูอยู่ช่วงหนึ่ง เหมือนกับว่ามองดูอะไรไม่ออก ก็ไม่มองแล้ว
“คุณมาดูเขาเหรอ? ”
เวลานี้ เสียงของชิงจือดังมาจากด้านข้างประตู
สาวน้อยเหมือนกับกระต่ายน้อยที่ตกใจ แอบหลบไปอยู่ด้านหลังอ่างยาของเฉินเฟิง ไม่กล้าที่จะมองชิงจือ
“คุณยังคงไม่กล้าที่จะพบเจอฉัน ตกลงเป็นเพราะอะไรกันแน่? ”
เธอเหมือนกำลังถามเด็กน้อยคนนี้ แต่เฉินเฟิงไม่เข้าใจว่าเธอหมายความว่าอย่างไร
“ช่างมันเถอะ ฉันก็จะไม่บีบบังคับคุณอีก แต่คุณห้ามที่จะหนีจากฉันไปไหนอีก เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว”
เมื่อเธอพูดจบ ก็นำตะกร้ายาสมุนไพรมาวางลงที่มุมห้อง และเริ่มคัดสรรสมุนไพรที่เพิ่งเด็ดกลับมา
มองไปที่ด้านหลังของชิงจือ ก็เหมือนกับว่าเป็นลูกสาวของชาวป่าชาวเขา โดยภูเขาและน้ำจากธรรมชาติได้หล่อเลี้ยงให้เธอเติบโต ทำให้มีกลิ่นอายที่พิเศษของภูเขาและน้ำจากธรรมชาติ
แต่เฉินเฟิงกลับไ