ม่สามารถที่จะคิดในลักษณะเช่นนี้ได้ ความเก่งกาจในวิชาต่อสู้ของชิงจือนั้นคงจะไม่ใช่หญิงสาวที่เก็บตัวอยู่ในป่าในเขาสามารถจะมีได้อย่างแน่นอน และเฉินเฟิงยังจำได้ว่าตอนที่เห็นเธอนั้น เธออยู่ในชุดกระโปรงงานราตรีที่งดงาม
สถานะของเธออาจจะเป็นไปได้ว่าเป็นธิดาของตระกูลที่ลึกลับตระกูลหนึ่ง
นี่คือสิ่งที่เฉินเฟิงคาดเดาเกี่ยวกับชิงจือ แต่ในส่วนของสาวน้อยที่แอบหลบอยู่ด้านหลังของเขานั้น จนถึงตอนนี้เฉินเฟิงก็ยังคงไม่ทราบว่าทำไมชิงจือถึงได้พูดคุยกับเธอแบบนั้น
หรือว่าสาวน้อยจะไม่ได้มีอายุตามลักษณะภายนอกของเธอที่ปรากฏ เป็นเพราะป่วยเป็นโรคอะไร จึงทำให้ความจำเสื่อม
เหมือนกับว่าจะจำทุกอย่างไม่ได้
เฉินเฟิงลุกออกมาจากอ่างยาในตอนกลางคืนของวันที่สามหลังจากที่แช่ยา โดยชิงจือยืนอยู่ด้านข้างของเขา
เฉินเฟิงมีอาการเขินอายบ้างเล็กน้อย เพราะตอนที่เขานั่งแช่อยู่ในอ่างยา ร่างกายเปลือยเปล่า เมื่อยืนขึ้นมาก็ถูกชิงจือมองเห็น
ดังนั้นเขาจึงมีท่าทีที่ไม่ค่อยสบอารมณ์
“คุณยังจะมัวชักช้าอะไรอยู่ล่ะ เสื้อผ้าบนร่างกายของคุณก็คือฉันที่เป็นคนถอดให้ ยังมีอะไรที่ฉันยังมองไม่เห็นอีก ตอนนี้ยืนขึ้นมา ให้ฉันดูหน่อยว่าร่างกายของคุณได้ซึมซับพวกยาเหล่านั้นเข้าไปแล้วหรือยัง”
เฉินเฟิงทำเสียงจุ๊ ๆ แล้วยืนขึ้นด้วยความจำยอม ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นแบบนี้แล้ว เคยเห็นแล้วก็เห็นไปเถอะ
แม้ว่าชิงจือจะพูดออกมาแบบนั้น แต่หลังจากที่เฉินเฟิงลุกขึ้นยืนแล้ว เธ