พลังของเฉินเฟิงเพิ่มขึ้นอย่างมาก เลือดของบาดแผลที่ท่อนขาได้หยุดไหลลงแล้ว และเขายิ่งไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดอะไรเลย ดังนั้นขณะต่อสู้กับสองพี่น้องเขาจึงไม่มีความหวาดกลัวใด ๆ เลยแม้แต่น้อย
ปะทะกระบวนท่ากัน เขากลับดูมีความได้เปรียบมากขึ้น
แต่ขณะที่เฉินเฟิงกำลังเข้าจู่โจมต่อสู้อย่างดุเดือด ทางชิงจือกลับตกอยู่ในสภาพที่กำลังครุ่นคิดอย่างน่าประหลาดใจ
เหมือนกับว่าภาพสองเหตุการณ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงปรากฏอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน
แบบหนึ่งเงียบแบบหนึ่งเคลื่อนไหว แบบหนึ่งเป็นผู้ชายแบบหนึ่งเป็นผู้หญิง
สถานการณ์ดังกล่าวนี้เหมือนกับทำให้เวลาหยุดชะงักลง
แต่นั่นคือเวลาที่เป็นเพียงความรู้สึก โดยที่เฉินเฟิงได้ชกเข้าไปที่หน้าอกของเน่เฉินหนึ่งหมัด บีบให้เขาต้องถอยร่นไปสิบกว่าก้าว ทุกอย่างก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
เน่เฉินรู้สึกว่ามีความหวานในปาก จากนั้นจึงได้กระอักเลือดออกมา พลังของหมัดนี้อย่างน้อยทำให้ม้ามและปอดของเขาได้รับบาดเจ็บ
เน่เจิ้งก็กระวนกระวายใจขึ้น กระบี่ยาวในมือยังคงไม่หยุดที่จะร่ายรำกระบวนท่า และเห็นว่ากำลัง ตกเป็นรองบ้าง เขาจึงได้แต่ประคับประคองสถานการณ์เอาไว้
เวลานี้เน่เฉินหันกลับไปมองที่ชิงจือ โดยที่เขาทราบดีว่าในเมื่อพวกเขาสองพี่น้องไม่สามารถที่จะต่อกรหยุดยั้งเฉินเฟิงได้ ดังนั้นจึงต้องขอความช่วยเหลือจากชิงจือ เมื่อครู่ที่เห็นเพียงแค่กระบวนท่าเดียว แต่พวกเขาก็มองออกว่าชิงจือมีพลังความสามาร