อย่างน้อยเขาก็เพียงแค่พัฒนาขยายความรุ่งเรืองในพื้นที่ภาคตะวันออกแห่งนี้ โดยไม่เคยคิดที่จะยื่นมือก้าวก่ายออกไปจากสถานที่แห่งนี้
เพราะเขาทราบดีว่าโลกใบนี้เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือโลกหล้าย่อมมีคนที่เก่งกว่า
แต่กลับมีบางคนที่ไม่ได้คิดเช่นนี้ ซึ่งเจี่ยตงอาจจะเป็นหนึ่งคนในนั้น แต่ก็คงไม่ใช่เพียงคนเดียว
เจี่ยว่างเหามีน้องชายลูกผู้น้องคนหนึ่ง ชื่อว่าเจี่ยว่างเล่ ตอนนี้เขาก็เป็นผู้ที่ครอบครองทรัพย์สินจำนวนมากคนหนึ่งในตระกูลเจี่ยเช่นกัน โดยใครคนหนึ่งในตระกูลได้ดี ญาติพี่น้องก็พลอยได้ดีตามไปด้วย ซึ่งเจี่ยว่างเล่ไม่จำเป็นที่จะต้องมีปัญญาความสามารถอะไร แต่เขาก็สามารถที่จะครอบครองทรัพย์สินเงินทองจำนวนมากที่คนอื่นทั่วไปไม่มีทางที่จะแสวงหามาได้ตลอดชีวิต
แต่เขากลับยังไม่พอเพียง
ภายในห้องโถงบรรพบุรุษตระกูลเจี่ย
ทุกคนของตระกูลเจี่ยที่เพิ่งกราบไหว้บรรพบุรุษเสร็จและกำลังเตรียมที่จะแยกย้าย เจี่ยตงได้ถูกลุงลูกผู้น้องเรียกตัวเอาไว้
ทั้งสองคนมาอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องโถง เจี่ยว่างเล่พูดขึ้นว่า
“ได้ยินว่าช่วงก่อนหน้านี้นายไปที่ยันเจียง ได้เรื่องได้ราวอะไรมาบ้างล่ะ? ”
เจี่ยตงมองไปที่เจี่ยว่างเล่ด้วยท่าทางที่สงสัย เขาไม่ทราบว่าทำไมลุงลูกผู้น้องคนนี้ถึงได้ทราบการเดินทางไปไหนมาไหนของตนเอง แต่ก็ยังคงตอบกลับตามความจริงว่า
“ก็แค่ได้ไปรู้จักกับเพื่อนใหม่ไม่กี่คน! ”
“คุณชายของตระกูลเฉินใช่ไหม? ”
เจี่ยตงตกตะลึงมากยิ่งขึ้น