่าพี่น้องทั้งสองมีนามว่าอย่างไร”
วัยรุ่นทั้งสองจำได้ว่าเจี่ยตงก็คือผู้ที่ได้ช่วยเหลือคนในผับเมื่อวันก่อนนั้น แต่เห็นว่าเจี่ยตงจำพวกเขาไม่ได้ จึงได้แนะนำตนเองขึ้น
“เน่เฉิน”
“เน่เจิ้ง”
เจี่ยตงก็ทำความเคารพกลับ และตอนนี้เจี่ยว่างเล่ก็ได้แนะนำขึ้นอีกครั้ง
“แม้ว่านายจะฝึกฝนการต่อสู้ แต่หากพูดถึงสำนักเทียนซานแล้ว ข้าแน่ใจได้ว่านายคงยังไม่คุ้นเคยอย่างแน่นอน”
เจี่ยตงพูดขึ้นอย่างสุภาพว่า
“หวังว่าคุณลุงจะให้คำแนะนำ หรือว่าสำนักเทียนซานนี้จะมีอะไรที่พิเศษ”
“ใต้หล้านี้มีมหาปรมาจารย์อยู่เท่าไหร่กัน ก็คงไม่น่าจะเกินจำนวนนิ้วของทั้งสองมือ แต่นายรู้ไหมว่าแค่สำนักเทียนซานแห่งเดียวนี้ก็มีมหาปรมาจารย์อยู่ถึงสองท่านเลยทีเดียว โดยในวงการศิลปะการต่อสู้นี้ ไม่เคยมีมาก่อน ทว่าไม่เพียงเท่านี้ หากมีเพียงมหาปรมาจารย์สองท่านนี้ ก็ยังสามารถเรียกได้ว่าเป็นสำนักระดับแนวหน้า แต่เมื่อดูจากลูกศิษย์ของสำนักเทียนซานแล้ว เต็มไปด้วยยอดฝีมือ ที่เก่งกาจมากมาย ซึ่งสองพี่น้องที่อยู่เบื้องหน้าของนายนี้อายุน้อยกว่านายมาก แต่ว่าฝีมือการต่อสู้เหนือกว่านายหลายเท่านัก”
ได้ยินเจี่ยว่างเล่ชื่นชมสำนักเทียนซาน เน่เฉินกับเน่เจิ้งสองพี่น้องต่างก็รู้สึกมีเกียรติ ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกที่อยู่ด้านนอกแล้วได้ยินคนอื่นชื่นชมสำนักของตนเอง
เจี่ยตงรีบถามขึ้นว่า
“นึกไม่ถึงว่าทั้งสองคนจะเก่งกาจมีความสามารถถึงขนาดนี้ พี่ที่โง่เขลาขอละลาบละล้วง ขอ