ดติดปากอยู่ตลอดว่าตัวเองเป็นใคร
เฉินเฟิงโอบกอดหลินหวั่นชิวเข้าสู่อ้อมอก แล้วก็กลับไปนั่งบนเก้าอี้ในโซนพักผ่อน และก็มองดูพวกคนที่ถูกขัดขวางเอาไว้อยู่ด้านนอกประตู
“นายทำได้ดีมาก ฉันจะจดจำนายเอาไว้”
อีกคนหนึ่งโมโหสุดขีด เขาจึงได้พูดแบบนี้กับยามผู้นั้นเอาไว้
แต่แม้จะเป็นแบบนี้ ยามก็ยังคงปฏิบัติตามหน้าที่เท่าที่ตนเองจะปฏิบัติได้
สุดท้ายก็ยังไม่มีวิธีใดที่จะสามารถเข้ามาด้านในได้ คนเหล่านั้นก็ยังคงยืนกันอยู่ด้านนอก และมีคนหนึ่งได้เริ่มโทรศัพท์ขึ้น โดยไม่รู้ว่ากำลังโทรศัพท์ไปหาใคร
พุดคุยอยู่ตรงนั้นอยู่ช่วงหนึ่ง และดูเหมือนว่าจะจัดการสำเร็จแล้ว
เฉินเฟิงมองดูเขาที่มีสีหน้าภาคภูมิใจ เหมือนกับว่าอีกไม่นานก็สามารถเข้ามาด้านในได้แล้ว เฉินเฟิงจึงได้กระซิบถามหลินหวั่นชิวขึ้น
“คุณคิดว่าเขาหาใครเพื่อที่จะมาช่วยเหลือ หากว่าเมื่อถึงเวลานั้นเห็นฉันอยู่ที่นี่ คนผู้นั้นคงจะตกใจจนปัสสาวะรดใส่กางเกงเลยไหม”
หลินหวั่นชิวหยิกไปที่ตัวของเฉินเฟิงเล็กน้อย พูดขึ้นอย่างออดอ้อนว่า
“คุณทำไมถึงเป็นแบบนี้”
เฉินเฟิงพูดอธิบายว่า
“ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ฉันก็แค่นั่งดูอยู่ที่ตรงนี้ก็เท่านั้น”
“แต่แค่คุณมองดู ก็เลวร้ายพออยู่แล้ว”
ขณะที่ทั้งสองพูดคุยหยอกล้อกัน ก็มีคนเดินมาเข้าหาจริง ๆ
เฉินเฟิงมองดูคนที่มานั้น ทำให้เขาขำขันขึ้นเล็กน้อย
นึกไม่ถึงว่าจะเป็นไอ้อ้วน
เขานั่งอยู่ที่ตรงนั้น ส่วนไอ้อ้วนเองก็มองเห็นว่าเฉินเฟิงอยู่ที่