รถควบคุมบาดแผล หวางลั่วปิงหน้าดำถมึง เดิมทียืดเวลาออกไปได้ เฉินเฟิงผู้ที่กำลังรอโดนปลิดชีพ ตัดสินใจเร่งความเร็ว
ในมือกำหมัดแน่น เท้าเตะพัลวัน
หมัดไป่โซ่วที่เขาฝึกมา ล้วนลอกเลียนวิธีการเดรัจฉานทั้งสิ้น มีนับไม่ถ้วน ดังนั้นกระบวนท่าเขาจึงเปลี่ยนรูปแบบหลายๆนานา ดังนั้นกระบวนท่าเขาเปลี่ยนไปมาก ไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ
หมัดมวยของเขาที่ผู้คนรู้จักโดยมากเป็นหมัดมวยพยัคฆ์สิงห์ ดุเดือดและเผ็ดร้อน มีกระบวนท่ารุกไม้ตาย
แต่หมัดงูเลื้อยที่เขาเลียนแบบเฉินเฟิงเป็นหนึ่งในกระบวนท่าเดรัจฉานวิชา เพียงแต่ไม่เคยปรากฏสู่
สายตาผู้คนเท่านั้น
สถานการณ์มาถึงขั้นนี้ เฉินเฟิงเห็นว่าเริ่มถดถอย
สือโพ่จุนที่อยู่ด้านล่างแม้ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร แต่ก็ดูออกว่ามีปัญหา
เขาคิดว่าจะพุ่งเข้าไปในช่วงที่อันตราย เพื่อรักษาชีวิตเฉินเฟิง ตอนเริ่มต้น เขายืนจ้องทั้งสองคนอยู่
ด้านหลังนิ่ง
พวกเขาเตรียมการไว้แต่เนิ่นๆ วันนี้จะเอาเฉินเฟิงถึงตาย
เฉินเฟิงที่อยู่หน้างานร้อนใจ สือโพ่จุนที่อยู่ด้านล่างก็ร้อนใจ
แต่สองคนราวกับอ่อนใจ
สองคนราวกับโดนบังคับจนล่าถอย ตอนนี้เฉินเฟิงรู้สึกเหมือนมือซ้ายหายไป ดูท่าพิษคงซึมเข้าไปทั่วมือซ้ายแล้ว
เขามองดูหวางลั่วปิง หลังจากที่ปรับบรรยากาศ เขาจึงตัดสินใจ
“คุณบังคับผมเอง อย่าหาว่าผมใจร้าย”
จู่ๆโดนเฉินเฟิงทำเสียงง หวางลั่วปิงถึงขั้นรู้สึกว่าพิษได้เข้าสมองเฉินเฟิงแล้วใช่หรือไม่ สถานการณ์ตอนนี้ ยังพูดจาแบบนี้อีก
เ