บทที่ 110 นิกายศักดิ์สิทธิ์ผู้ชักศึกสู่ตน
เจียงตง เจียงซี เจียงเป่ย
เจินจวินระดับโอสถทองคำทั้งสามเผยกายธรรมขึ้นพร้อมกัน รั้งไว้ซึ่งเส้นชีพจรพิภพ เอื้อมคว้าดาราด้วยหัตถ์เดียว ฉากใหญ่อันไพศาลเช่นนี้ทำให้ลวี่หยางถึงกับอึ้งงันไปนาน
“นี่แหละคือศึกชิงหนทางแห่งเต๋า”
“แต่ศึกครานี้ยังนับว่าเล็ก ใช้เพียงศิษย์ระดับรวมลมปราณก็พอ ศึกใหญ่จริง ๆ ระดับเจินเหรินยังต้องลงมือเอง”
“พวกเจ้าถือว่าโชคดี ที่พวกคลั่งดาบจากเจียงหนานไม่ได้มาด้วย”
ด้านข้าง จงกวงเจินเหรินก็ถอนใจเบา ๆ แล้วอธิบายว่า
“ดวงดาวนั้น แท้จริงคือ ‘โลกทับซ้อน’ ที่ล่องลอยอยู่นอกฟ้า”
“ทุกช่วงเวลาหนึ่ง จะมีโลกทับซ้อนเคลื่อนเข้ามาใกล้ฟากฟ้า บรรดาเจินจวินก็จะลงมือจับยึดโลกนั้นไว้ ไม่ให้ผ่านเลยไป จากนั้นก็กลั่นแปรจนใช้การได้ แล้วจึงเปิดศึกชิงหนทาง โดยพวกเรามีหน้าที่เข้าไปในโลกนั้น แย่งชิงมันมาให้เจินจวินของฝ่ายตน”
“ใครชนะ โลกทับซ้อนนั้นก็จะตกเป็นของผู้นั้น”
“และเจินจวินผู้ชนะก็จะสามารถใช้ ‘โลกทับซ้อน’ เป็นหมากหนึ่ง ปักลงในแผ่นดินของฝ่ายพ่าย เพื่อแผ่ขยายอำนาจผลแห่งการบรรลุของตนไปยังถิ่นของศัตรู”
“โลกทับซ้อนจะกลายเป็นปรากฏการณ์ประหลาดที่มีอยู่จริงในแผ่นดินนั้น”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ จงกวงเจินเหรินคล้ายจะนึกอะไรได้อีก ก็หัวเราะกล่าวว่า
“อย่างเช่น ‘หลุมหมื่นศพ’ แห่งเจียงหนาน เมื่อก่อนก็เป็นเจินเหรินอินซานชิงมาได้ เดิมทีนั่นก็เคยเป็นโลกทับซ้อน ภายในย