บทที่ 109 เพียงฝ่ามือเด็ดคว้าดารา
เมื่อเห็นฉินเทียนเหอกับสวี่ซินตรงหน้ากำลังแสดงความเคารพอย่างล้นเหลือ ลวี่หยางก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลืนคำว่า “ศิษย์พี่” ที่เกือบหลุดปากลงคอไปเสีย
เวลานี้หากเอ่ยความจริงออกไป มีแต่จะทำให้บรรยากาศกระอักกระอ่วน
ส่วนที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็น “เจินเหริน” นั้น ลวี่หยางก็นึกออกทันทีว่าต้นเหตุมาจากอะไร ไม่พ้นเพราะ “ฐานะ” ของเขาเวลานี้สูงเกินไป จึงทำให้ฉินเทียนเหอกับสวี่ซินมองคลาด
ท้ายที่สุดแล้ว เวลานี้เขามีวิชาใหญ่ในครอบครองถึงสามสำนัก ทั้งยังมี “วิถีปราชญ์ขโมยสวรรค์” กับ “คัมภีร์เก้าแปรมังกร” ตำแหน่งแห่งฐานะสูงส่งจนแทบจะจรดขั้นวางรากฐานเข้าไปทุกที สำหรับผู้ที่ยืนอยู่เชิงเขาแล้ว ไม่ว่าคนผู้นั้นจะอยู่กึ่งกลางภูผาหรือยืนอยู่ยอดสูงสุด ล้วนแล้วแต่ไกลเกินเอื้อมไม่ต่างกัน
ดังนั้นถูกเข้าใจผิดเช่นนี้ก็นับว่าไม่แปลก
ด้วยเหตุนี้ลวี่หยางจึงไม่ปฏิเสธ กล่าวเพียงว่า
“ข้าได้รับมอบหมายให้มาพบจงกวงเจินเหริน ณ ที่แห่งนี้ แต่ไม่รู้ควรจะพบท่านได้อย่างไร ขอความกรุณาสองท่านชี้แนะ”
ฉินเทียนเหอกับสวี่ซินพลันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างล้นเหลือ เพราะในนิกายศักดิ์สิทธิ์นั้น แทบไม่มี “เจินเหริน” ที่จะสุภาพได้ถึงเพียงนี้ พวกเขาจึงไม่กล้าละเลย รีบเอ่ยตอบ
“หากเจินเหรินได้รับมอบหมายมาจริง วิญญาณค่ายกลในผาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ย่อมต้องมีบันทึกไว้แน่ หลังเจินเหรินแจ้งความประสงค์ มันย่อมออกมานำทางเอง