”
“ขอบคุณมาก”
ลวี่หยางพยักหน้าเบา ๆ แล้วขี่แสงทะยานเร้น มุ่งตรงไปยังผาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ไม่ช้าก็ลับหายจากสายตาทั้งสอง
“เจินเหรินท่านนี้คือใครกันแน่?”
“ไม่รู้เลย…”
สวี่ซินกับฉินเทียนเหอมองหน้ากันด้วยความงุนงง เพราะลวี่หยางดูแปลกตา แถมท่าทีสุภาพยิ่ง ทำเอาพวกเขายังรู้สึกไม่ชิน
“ดูท่าว่าเราคงโชคดีแล้วล่ะ”
“หากเป็นเจินเหรินคนอื่น มีหวังไม่ถามให้มากความ คงควานจิตเสาะวิญญาณพวกเราตรง ๆ ไปแล้ว…”
“ไม่รู้ว่าเจินเหรินผู้นี้มาจากสมรภูมิไหน แดนบริสุทธิ์เจียงซี, ศาลฟ้าฝั่งตะวันออก หรือกระทั่งนิกายกระบี่หยกแห่งเจียงหนาน… ช่วงนี้ทุกที่ล้วนวุ่นวายทั้งนั้น…”
สิ่งที่ทั้งสองสนทนากัน ลวี่หยางหาได้ยินไม่ เวลานี้เขาได้เหินเข้าสู่ผาเพลิงศักดิ์สิทธิ์แล้ว และดังที่ฉินเทียนเหอว่าไว้ เมื่อเขาเหยียบย่างเข้าสู่ที่นั้น ก็เห็นแสงวิญญาณพุ่งรวมกัน กลายเป็นรูปสตรีหนึ่งผู้สวมอาภรณ์หลากสี งามล้ำเหนือมนุษย์ เหินลงเบื้องหน้าอย่างแช่มช้า
ลวี่หยางรีบหยุดฝีเท้า ประสานมือ
“ข้าคือลวี่หยาง ขอคารวะศิษย์พี่”
สตรีนั้นชะงักเล็กน้อย ดวงตาฉายประกายแปลกใจชั่วแล่น ก่อนจะสลายความรู้สึกนั้นลง เอ่ยเสียงเรียบ
“ศิษย์แท้จริงลวี่หยาง ตามข้ามาเถิด อย่าสำรวจเดินเพ่นพ่าน”
เอ่ยจบก็หันหลังเดินนำไปโดยไม่รอคำตอบ
ลวี่หยางรีบก้าวตามอย่างระมัดระวัง ขณะเดียวกันก็ครุ่นคิดในใจ
‘นี่แหละหรือวิญญาณค่ายกลแห่งผาเพลิงศักดิ์สิทธิ์… ข้าเคยได้ยินว่า ที่นี่คือสถาน