แต่ก็แค่เคยฝึก
เขาค่อยๆกวาดตามองทีหนึ่ง กำลังของเจี่ยตงก็แค่ซ่อนเงียบ เขาแม้แต่จะลงมือก็ยังไม่มีอารมณ์
เฉินเฟิงยิ้ม
“ฉันยอมให้แกมือนึง ถ้าแกทำให้ฉันถอยหลังได้ วันนี้ฉันจะปล่อยแกไป”
เจี่ยตงไม่เคยต้องอัปยศขนาดนี้ คำพูดนั้นราวกับตบฉาดลงบนหน้าเขาอย่างจัง
“พูดได้หน้าไม่อาย วันนี้จะให้ลิ้มรสความเก่งกาจของกษัตริย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”
“กษัตริย์ภาคตะวันออก ฉันว่าเป็นไอ้หมามากกว่า”
เมื่อได้ยินเฉินเฟิงขัดจังหวะ หลินหวั่นชิวเองยังหัวเราะ
เดิมทีก็หน้าแตกมาแล้วรอบหนึ่ง ตอนนี้ยังต้องมาหน้าแตกต่อหน้าผู้หญิง ถ้าแววตาฆ่าคนได้ เฉินเฟิงคงโดนแววตาเจี่ยตงมองทะลุหัวใจไปแล้ว
มือเขาแข็งทื่อ แม้ว่าในสายตาของเฉินเฟิงดูแล้วรู้สึกว่าอ่อนนัก แต่ก็เป็นวิทยายุทธ์ที่ฝึกมาอย่างหนัก
แค่กระโดดลอยตัว หมุนตัว เฉินเฟิงกวาดตามองรอบ ก็มีมากกว่าเจ็ดแปดแห่งแล้ว
เจี่ยตงกำลังจะลงมือ ก็มีคนเรียกไว้
“คุณชายเจี่ย จะต้องถือสาคนจนแบบนี้ด้วยหรือ!ดูมันแต่งตัวสิ ชาตินี้แม้แต่นาฬิกาดีๆสักเรือนก็คงยังไม่มี ลงมือกับมันไม่กลัวมือเปื้อนเหรอ”
สิ้นเสียง เฉินเฟิงมองไป
เจ้านั่นเป็นคนมากความสามารถจริงๆ อย่าว่าแต่แบรนด์เนมเต็มตัวเลย จงใจโชว์นาฬิกาคิงส์ตันให้ดู น่าจะมีราคาพอสมควร
เฉินเฟิงไม่ค่อยชอบนาฬิกา ยิ่งนาฬิกาคิงส์ตันยิ่งไม่รู้จัก
“ว่าไง แกรู้จักเหรอ”
มองแววตาของเฉินเฟิงที่จ้องมาทางนาฬิกาตน จึงยิ้มเยาะถาม
เฉินเฟิงพยักหน้า เขารู้สึกว่าตัวเ