พูดมาถึงตรงนี้ จิ่งหยูนเฟิงจึงถอนหายใจยาวออกมา“ต่อให้ตระกูลเฉินไม่ขอ เป็นความตายของเสี่ยวเซิ่ง สิ่งที่พวกเราตระกูลจิ่งต้องทำกับเฉินเฟิงในเรื่องนี้ ก็ไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว ก็ต้องเอามันให้ตายกันไปข้าง ต้องดูว่าเฉินเฟิงจะตายก่อนหรือตระกูลจิ่งเราจะล้มก่อน”
จิ่งหยูนหลินผู้ที่เงียบมาตลอดจึงพูดแทรกขึ้น“พี่ใหญ่ ไอ้สวะเฉินเฟิงเอาชนะหวาเซี่ยขึ้นมาอีกรุ่นหนึ่ง และได้เป็นแชมป์เปี้ยนโลกด้านศิลปะการต่อสู้ ทำให้วงการศิลปะการต่อสู้ของหวาเซี่ยยืนขึ้นอยู่แนวหน้าของโลก มีเกียรติภูมินี้ เฉินเฟิงก็ได้รับการพะเน้าพะนอจากวงการหวาเซี่ยเต็มที่แล้ว ถ้าพวกเราลงมือในช่วงเวลาที่อ่อนไหวขนาดนี้ เท่ากับเราประกาศตัวเป็นศัตรูกับหวาเซี่ย!แบบนี้ต่อให้พวกเราฆ่าเฉินเฟิง ตระกูลเราจิ่งก็จะไม่สามารถดำรงอยู่ได้ในหวาเซี่ย!”
จิ่งหยูนเฟิงพยักหน้า มองไปที่กลุ่มคนแล้วพูด“หยูนหลิน ที่พูดเมื่อกี้ฉันก็ได้เก็บไปคิด ฉันเลยเรียกทุกคนมาประชุม หวังว่าทุกคนคงจะออกความคิดให้กับนโยบายใหม่ๆได้ ฆ่าเฉินเฟิงในเวลาเดียวกัน ก็สามารถรักษาตระกูลจิ่งของเราไว้ด้วย”
“ยังมีอีก เมื่อกี้ทางเฉินโป๋ยุงก็ได้รับประกันมาว่า ขอเพียงแค่เราฆ่าสวะเฉินเฟิงนั้นได้ ตระกูลเฉินจะคุ้มครองตระกูลจิ่งเราอย่างเต็มกำลัง”จิ่งหยูนเฟิงพูดเสริม
จิ่งหยูนหลินลองถามอีกรอบ “พี่ชายใหญ่ พวกเรามีแต่สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้เท่านั้นใช่มั้ย”
“ใช่”จิ่งหยูนเฟิงรังสีสังหารท่วมท