านนอกประตูก็มีเสียงดังกังวานมา จากนั้นก็เป็นเสียงเดินของรองเท้าส้นสูง
เฉินโป๋ยุงฟังออก ว่าเจ้าของเสียงฝีเท้านั้นรีบร้อนมาก เสียงฝีเท้าดังมาแต่ไกลแล้วมาหยุดลงใกล้ๆ
ประตูห้องหนังสือถูกคนด้านนอกผลักเข้ามา คนที่มาคือภรรยาของเฉินโป๋ยุง——หวังซิ่วเหมย
“แคก~!”“แคก~!”
ควันบุหรี่ที่โชยมาทำให้หวังซิ่วเหมยรู้สึกไม่ค่อยสบาย ไอพลาง ใช้มือโบกพัดหน้าจมูก
“มีอะไรหรือเปล่า”เฉินโป๋ยุงมองและถามภรรยาที่อยู่ตรงหน้า
หวังซิ่วเหมยใช้มือปิดปาก พูดเสียงอู้อี้“โรเอ๋อร์หายดีแล้ว”
“ว่าไงนะ หายดีแล้ว หมายความว่าไง”เฉินโป๋ยุงตะลึง เขาพอจะเดาออกว่าภรรยาต้องการจะพูดอะไร แต่ก็ไม่แน่ใจ
“ฉันบอกว่า อาการป่วยของโรเอ๋อร์ดีขึ้นแล้ว เจ้าตัวสบายดีแล้ว”น้ำเสียงของหวังซิ่วเหมยตื่นเต้น
เฉินโป๋ยุงดีใจลิงโลด ไม่รู้ตัวว่าบี้บุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่เมื่อไหร่
“เป็นมายังไง ทำไมอาการป่วยของโรเอ๋อร์ถึงจู่ๆดีขึ้น”
“ดูคุณพูดเข้าสิ คุณอยากให้ลูกสาวอยู่ในโรงพยาบาลบ้าไปตลอดหรือไงคะถึงจะพอใจ”หวังซิ่วเหมยกลอกตาขาวมองเฉินไป๋ยุงอย่างตำหนิ พูดขึ้น“เราออกไปพูดด้านนอกกันดีกว่า”
พูดจบ หวังซิ่วเหมยจึงหมุนตัวเดินจากไป
เฉินโป๋ยุงรีบเดินขึ้นหน้า ก้าวเท้าออกไปจากห้องหนังสือ
เมื่อครู่กำลังเซ็งเรื่องเฉินเฟิง ตอนนี้จู่ๆก็เบิกบานขึ้นมา อย่างน้อยก็มีข่าวดีอย่างหนึ่ง
หวังซิ่วเหมยนั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก ยกถ้วยชาขึ้นจากโต๊ะจิบสองคำ กลิ่นบุหรี่ในห้องทำให้หล่