อนรู้สึกไม่สบายนัก
“เหล่าเฉิน ฉันจะบอกให้ฟัง ที่โรเอ๋อร์หายไวขนาดนี้ เป็นเพราะความดีความชอบของฉันแท้ๆ”หวังซิ่วเหมยเห็นเฉินโป๋ยุงนั่งลงตรงหน้าจึงเปิดปากพูด
“ว่าไงล่ะ”เฉินโป๋ยุงถามหวังซิ่วเหมยขึ้นอย่างสงสัย
ผู้เชี่ยวชาญในเมืองเยี่ยนจิงยังไม่มีใครรับมือกับอาการของลูกสาวอยู่ ตอนนี้จู่ๆหายดี แล้วภรรยามาบอกว่าเป็นความดีความชอบของตัวเอง นี่มันเป็นมาไงกัน
“ที่จริงฉันก็แค่บอกกับโรเอ๋อร์ว่า สวะอย่างเฉินเฟิงโดนฆ่าตายระหว่างการแข่งขัน”หวังซิ่วเหมยเล่าเหตุการณ์จริงอย่างมีจังหวะจะโคน
“ว่าไงนะ”เฉินโป๋ยุงตกใจจนลุกขึ้นโผลง เบิ่งตาโพลงโต
“อย่ากระต่ายตื่นตูมสิ”หวังซิ่วเหมยเดินไปหยุดข้างเฉินโป๋ยุง พยุงเขานั่งลง พูดต่อ“เหล่าเฉินคะ คุณลองคิดดู ที่โรเอ๋อร์เป็นบ้า ก็เป็นเพราะไอ้สวะเฉินเฟิงนั่นแท้ๆ ฉันก็แค่หนามยอกเอาหนามบ่ง บอกโรเอ๋อร์ ว่าเฉินเฟิงโดนฆ่าตายแล้ว”
“พอฉันลอง ก็ได้ผลจริงๆ โรเอ๋อร์กำลังกรี๊ดอยู่ก็หยุดลง กลับมาถามฉันว่าจริงเหรอ ตอนนั้นฉันดีใจ ว่าได้ผล จึงรีบตอบว่าใช่ๆ ตอนนี้ลูกสาวค่อยๆสงบลงแล้วค่ะ และยอมรับการรักษา
หวังซิ่วเหมยเล่าเรื่องเฉินอิงโรให้เฉินโป๋ยุงฟังทุกอย่าง
“แต่ วิธีนี้รักษาได้แค่เฉพาะหน้า ช้าเร็วลูกต้องออกจากโรงพยาบาลบ้าอยู่ดี ถึงเวลาก็รู้เองว่าเฉินเฟิงไม่ได้ตายจริง”จู่ๆหวังซิ่วเหมยเปลี่ยนวิธีพูด“เพื่อให้ลูกได้ฟื้นฟูอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นเฉินเฟิงต้องตายจริงๆ”
ฟังคำพูดของหวังซิ่วเห