นอยู่กับพื้นในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงที่ไม่สามารถปกปิดได้และอดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตัวเอง “เป็นไปไม่ได้ เป็นไปได้ยังไง เขาเพิ่งจะฝ่าทะลวงขั้นหั้วจิ้งชั้นกลางแต่ทำไมถึงมีพลังที่แข็งแกร่งแบบนี้!”
ในตอนนี้ทุกคนตกอยู่ในความเงียบ ไม่เพียงแต่ผู้ชมธรรมดาเท่านั้นแม้กระทั่งพระสันตะปาปาโจ้ส์ อู่จื่อโจว ท่านเลขาโมดริชและรวมไปถึงนักสู้ที่แข็งแกร่งคนอื่นๆที่นั่งอยู่บนโซนแขกผู้ทรงเกียรติก็เงียบขรึมลงเช่นกัน ทักษะการต่อสู้ที่เฉินเฟิงแสดงออกมามันเกินกว่าที่พวกเขาจินตนาการไปมาก
และในขณะนั้นเองเฉินเฟิงเริ่มเคลื่อนไหว เขาเดินเข้าไปหาอู๋คุนทีละก้าวด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย
“วิชาที่แกใช้เป็นวิชาอะไร ประเทศหวาไม่มีวิชาแบบนี้แน่นอน แกไปเรียนมาจากที่ไหน?”
เมื่อเห็นเฉินเฟิงเดินเข้ามาอู๋คุนอดไม่ได้ที่จะตะโกนถามเสียงดัง
“มันก็จริงประเทศหวาไม่มีวิชาแบบนี้ เพราะนี่เป็นวิชาที่ฉันคิดค้นขึ้นเอง!”
เฉินเฟิงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและสีหน้าที่เรียบเฉย
แต่ว่าคำพูดของเฉินเฟิงที่ดังเข้าไปในหูของอู๋คุนมันทำให้เขายากที่จะเชื่อได้
“ผายลม เป็นไปไม่ได้แกเพิ่งจะบรรลุ เป็นไปได้ยังไงที่จะสามารถคิดค้นวิชาด้วยตัวเอง นี่มันเป็นไปไม่ได้!”
อู๋คุนคำรามสุดเสียง เขาไม่เชื่อและไม่กล้าเชื่อเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น
“แกถึงเวลาตายได้แล้ว!”
เฉินเฟิงกระชากผมของอู๋คุนแล้วยกขึ้น ในขณะที่พูดก็โคจรลมปราณไปที่ฝ่ามือด้วย หลังจากนั้นฟันไป