นช่วงแรกของการแข่งขันเฉินเฟิงทำได้ไม่น่าพอใจมากนัก แต่หลังจากที่เขาฝ่าทะลวงขั้นหั้วจิ้งชั้นกลางซึ่งไม่เคยมีใครคิดถึงมาก่อน
ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือหลังจากที่เฉินเฟิงบรรลุหั้วจิ้งชั้นกลางกลับใช้พลังขั้นสุดยอดโจมตีอู๋คุนจนไม่มีโอกาสได้โต้กลับ
“ดี สุดยอดมาก!”
จียุ่นที่อยู่ในฝูงชนอดไม่ได้ที่จะตะโกนเสียงดังเพื่อปลดปล่อยอารมณ์ของตัวเอง บางทีอาจจะเป็นเพราะว่ารู้สึกตื่นเต้นมากเกินไปดวงตาของเขาในตอนนี้เปียกชื้นเล็กน้อย
ศีลสามก็รู้สึกตื่นเต้นมากเช่นกัน เขาลุกขึ้นมาด้วยร่างกายที่สั่นเทาแล้วตะโกนพูด “พวกแกดูสิฉันพูดถูกไหมล่ะ? ฉันบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าศิษย์พี่ใหญ่เฉินเฟิงจะต้องชนะการแข่ง เห็นไหมฉันพูดถูกหรือเปล่า!”
หลังจากที่ศีลสามเพิ่งพูดจบก็ดึงดูดสายตาของจียุ่นทันที ราวกับว่าสายตาของเขากำลังพูดว่า “แกเคยพูดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่! ”
มีเพียงเทียนอิงเท่านั้นที่ตอนนี้เงียบขรึมไม่พูดอะไร เฉินเฟิงสามารถคว้าชัยชนะมาได้เขาก็รู้สึกดีใจด้วยเช่นกัน เพียงแต่ว่าไม่รู้ว่าทำไมในใจถึงมีความรู้สึกอิจฉา
“ระหว่างเรามันยิ่งห่างกันขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนชีวิตนี้คงจะไม่มีโอกาสได้สู้กับเขาแล้ว!”
เทียนอิงถอนหายใจเงียบๆในใจ ความแข็งแกร่งของเฉินเฟิงไปไกลเกินกว่าที่เขาจะเทียบได้แล้ว
“มันเหลือเชื่อมาก เดิมทีตอนที่ท่านอู่ประเมินตัวของเฉินเฟิงในมุมมองของฉันรู้สึกว่ามันเว่อร์เกินไป แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้การประเมินของท่