หนานเทียนนึกถึงคำพูดของอู่จื้อโจว เวลานี้หันไปมองเฉินเฟิงพร้อมกับเอ่ยถาม
“ไม่เป็นอะไรแล้วครับ ยารักษาบาดแผลที่ท่านอู่ส่งมาให้ผมใช้ไปแล้ว ตอนนี้บาดแผลฟื้นฟูได้ไม่น้อยแล้ว!”
คำพูดนี้เฉินเฟิงไม่ได้พูดตามความจริง บาดแผลจากการประลองเมื่อครั้งที่แล้วตอนนี้เขายังไม่หายทั้งหมด แต่เขาบอกเย่หนานเทียนไม่ได้
เพราะหากบอกไปตามความจริง นอกจากจะทำให้เย่หนานเทียนเป็นกังวล ไม่มีความหมายอื่นใดและไม่มีประโยชน์ใด เมื่อเทียบกับการเป็นแบบนั้นสู้โกหกแล้วทำให้เย่หนานเทียนสบายใจยังจะดีเสียกว่า
“ดี ไม่เป็นอะไรก็ดี!”
เย่หนานเทียนพยักหน้าก้อนหินที่กดทับอยู่ภายในใจในที่สุดก็ร่วงหล่นลงพื้นแล้ว
“เวลาพอประมาณแล้ว นายเก็บตัวถือศีลให้มั่นคงหนักแน่น!”เย่หนานเทียนพูดจบเตรียมจะเดินออกไป
เฉินเฟิงเดินขึ้นหน้าไม่กี่ก้าว เข็นวีลแชร์ของเย่หนานเทียนเพื่อเตรียมจะส่งเขาไปชั้นล่าง
ตอนที่เฉินเฟิงมาชั้นล่าง อู่จื้อโจว จีอู๋ฉาง ชางโป๋ อาจารย์ฟางเจิ้น เทียนอิงและจียุ่นล้วนรออยู่ตรงห้องโถงใหญ่
“เสี่ยวเฟิง ศิษย์พี่ของนายน่าจะเล่าสถานการณ์ทุกอย่างให้นายฟังแล้ว เป็นยังไง มีความมั่นใจว่าจะชนะวิลเลียมไหม!”
เมื่อเฉินเฟิงมาถึง อู่จื้อโจวถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ท่านอู่ ท่านรู้จักผมเป็นอย่างดี!”เฉินเฟิงไม่ได้พูดออกไปตรงๆ แต่น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“อื้ม ดี!”
อู่จื้อโจวพยักหน้า เพราะเขารู้จักเฉินเฟิงเป็นอย่างดี ดังนั้นคำ