ื่อนเอ้ย นายต้องไม่เป็นไรนะ ถ้านายเป็นอะไรไปแล้วฉันจะทำยังไงล่ะ!”
ศีลสามสีหน้าเคร่งเครียดและกังวล หลังจากเขาโดนหงหยี้ทำร้ายอาการสาหัส เฉินเฟิงออกหน้าให้เขา จัดการหงหยี้ซะพิการเลย น้ำใจครั้งนี้เขาจำไว้ในใจเสมอมา
ศีลสามสนิทกับเฉินเฟิงดีมาตลอด เฉินเฟิงสามารถบุกน้ำลุยไฟเพื่อศีลสามได้ แต่ตอนนี้ศีลสามกลับช่วยอะไรเฉินเฟิงไม่ได้เลย ทำให้เขาไม่สบายใจมาก
ศีลสามลองคิดดูว่า ถ้าเฉินเฟิงไม่ได้ช่วยแก้แค้นให้เขา จะสามารถรอดพ้นอันตรายครั้งนี้ไหม น่าเสียดายที่มันเป็นแค่ความคิด เพราะโลกนี้ไม่มีคำว่าถ้า
“สารเลว อาเธอร์แห่งคูเรียเก๊กหาอะไร จู่ๆก็ประกาศจะฆ่าเฉินเฟิง ไม่งั้นต่อให้แพ้การแข่งก็ไม่เป็นไรหรอก!” จียุ่นเองก็เก็บอารมณ์ไม่อยู่โพล่งด่ารัว ในสายตาเขา อาเธอร์ถือดีว่าเป็นถิ่นตัวเองเลยแกล้งพูดกดดันคนอื่น
เทียนอิงเอาแต่เงียบ ไม่ยอมพูดอะไร เพียงแต่เขากำหมัดแน่น สายตาส่อแววกังวลเช่นกัน ในใจเขาเอาแต่ภาวนาว่า: “เฉินเฟิง นายต้องปลอดภัยรอดพ้นอันตรายครั้งนี้นะ นายยังไม่ได้ประลองกับฉันเลยนะ!”
“ทุกคนรอกันที่นี่นะ ผมจะไปรับคนที่สนามบิน!”
อู่จื่อโจวมองนาฬิกา และเห็นว่าถึงเวลาแล้ว เลยออกไปจากห้อง
ครึ่งชม.ต่อมา อู่จื่อโจวนั่งรถเฉพาะของประเทศจีนไปสนามบินโรม
เวลาค่อยๆไหลผ่านไป ผ่านไปอีกยี่สิบนาที มีคนๆหนึ่งแบกเป้ทำสงครามรุ่นเก่านั่งรถเข็นค่อยๆออกจากช่องขาเข้า คนนั้นกลับเป็นเย่หนานเทียนนั่นเอง
การปรากฏตัวของเขาดึงดูด